6 เรื่องจริงแต่น่าเศร้า ที่นักท่องเที่ยวหญิงแบบตัวคนเดียวมักพบเจอ

ถึงแม้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ โลกจะเปิดกว้างให้กับผู้หญิงมากยิ่งขึ้น และผู้หญิงก็ออกเดินทางเที่ยวคนเดียวด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่วายที่จะมีบางคนตัดสินผู้หญิง หรือคิดไปต่างๆ นานา ว่าการไปท่องเที่ยวของผู้หญิงแบบตัวคนเดียวมักจะเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา วันนี้เรามี 6 เรื่องจริงแต่น่าเศร้า ที่นักท่องเที่ยวหญิงแบบตัวคนเดียวมักพบเจอ มาฝาก ข้อไหนตรงกับคุณผู้หญิงที่ชอบเที่ยวคนเดียวบ้าง มาดูกันดีกว่า

.

.

1. ผู้คนมักตัดสิน และสงสาร

ถึงแม้ว่าผู้หญิงในยุคนี้จะมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชายมากขึ้น แต่การที่ผู้หญิงท่องเที่ยวคนเดียวนั้นอาจจะทำให้หลายๆ คนมักจะตัดสินและตั้งคำถามในใจว่า ทำไมถึงมาเที่ยวคนเดียว อีกทั้งอาจจะรู้สึกสงสารว่าทำไมไม่มากับเพื่อน ครอบครัว ซึ่งบางทีก็อาจเป็นเรื่องน่ารำคาญใจหากต้องตอบคำถามเหล่านี้ในทุกๆ ครั้งที่ไปเที่ยว

.

2. คุณไม่สามารถทำอะไรที่อยากทำได้ทั้งหมด

หลายคนอาจจะคิดว่าการไปเที่ยวคนเดียว คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณอยากทำ แต่นั่นไม่เป็นจริง คนเรามักมีข้อจำกัดในความสามารถในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณไปเที่ยวเกาะในประเทศไทยคนเดียว แต่คุณอยากขี่มอเตอร์ไซค์ แต่คุณขี่ไม่เป็น นั่นก็ทำให้คุณพลาดโอกาสอะไรหลายๆ อย่างอเป็นต้น

.

3. ในบางวัฒนธรรม ผู้หญิงต้องทำตามกฎต่างๆ 

พูดถึงเรื่องการไปเที่ยวต่างประเทศ หลายๆ วัฒนธรรม มักจะจำกัดสิทธิของผู้หญิง ซึ่งคุณต้องทำตาม และบางครั้งอาจจะทำให้การท่องเที่ยวของคุณหมดสนุกเอาได้ หรือบางสถานที่ที่คุณไป อาจจะไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งถือเป็นอะไรที่น่ารำคาญใจเช่นเดียวกัน สำหรับนักท่องเที่ยวหญิง

.

4. ได้รับความสนใจมากจนเกินไป จนขาดความเป็นส่วนตัว

การที่ผู้หญิงท่องเที่ยวคนเดียว อาจจะทำให้ผู้คนมากมายให้ความสนใจกับคุณ ซึ่งอาจจะเป็นการห่วงใย หรือไม่ก็ตาม ซึ่งการได้รับความสนใจนี้อาจจะทำให้คุณขาดความเป็นส่วนตัว และทำให้คุณไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

.

5. เรื่องความสะอาด โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน

เรื่องความสะอาด อาจจะส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับคุณผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่หากคุณมีประจำเดือน ซึ่งต้องการความสะอาดมากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ยังอาจทำให้คุณรู้สึกปวดท้อง และทำให้การเที่ยวไม่สนุกเอาได้

.

6. อันตรายจากการคุกคามทางเพศ

ผู้หญิงที่ท่องเที่ยวคนเดียวอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับเรื่องความปลอดภัยและการคุกคามทางเพศ เพราะผู้หญิงนั้นตามสภาพร่างกายแล้วมักจะมีแรงที่น้อยกว่าผู้ชาย ดังนั้น เรื่องความปลอดภัย จึงจำเป็นเป็นอย่างมากสำหรับผู้หญิงที่ท่องเที่ยวเพียงลำพัง หากคุณพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ หรือรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ควรแจ้งตำรวจท่องเที่ยวให้รับทราบ

5 คาเฟ่สัตว์เลี้ยงใจกลางเมือง ที่คนรักสัตว์ชาวกรุงต้องห้ามพลาด

ร้านนั่งเล่นแบบเดิม ๆ น่าเบื่อ ๆ อาจจะดูธรรมดาไป เมื่อเทียบกับร้านนั่งเล่นยุคใหม่ ที่ใสโน้น เติมนี่ ผสมนั่น จนทำให้ร้านมีความโดดเด่น ไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญ ยังเรียกลูกค้าให้เข้าร้านได้มากขึ้นอีกด้วย

และในยุคนี้ !! อะไรก็คงไม่ฮอตฮิตไปกว่าคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นร้านนั่งเล่นสุดน่ารัก และจะยิ่งน่ารักไปกว่าเดิมเมื่อมีเจ้าขนปุยตัวน้อย เดินเพ่นพ้านอยู่เต็มร้าน วันนี้ eastravelnow ก็มีคาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ ที่เหล่าคนรักสัตว์ต้องห้ามพลาด มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคน

1.Gog In Town Cafe @เอกมัย ซอย 6

คาเฟ่น้องหมาสุดชิค ที่ชื่อของน้องหมาแต่ละตัวนี่เรียกได้ว่าเก๋ไก๋สุด ๆ เพราะตั้งชื่อตามสถานีรถไฟฟ้า และหากเพื่อน ๆ ที่มาเยี่ยมเยือนที่นี่ก็จะได้สัมผัสกับน้องหมาสุดน่ารักหลากหลายสายพันธุ์ที่พร้อมจะยิ้มแฉ่งต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร ที่นี่มีขนมและเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ และใครอยากพาสัตว์เลี้ยงของตัวเองมาที่นี่ ทางร้านก็ไม่ห้ามค่ะ แถมยังมีบริการสปาหมา อาบน้ำ ตัดขน ที่นี่มีบริการให้อย่างครบวงจร

2.HoPs Dog Cafe : The House of Paws Dog Cafe @สยามสแควร์ ซอย 5

เตรียมตัวพบกับเหล่าน้องหมาแสนซนได้ที่ร้านคาเฟ่หมาใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง HoPs Dog Cafe ซึ่งตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ซอย 5 เพียงแค่ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม แล้วเดินเข้ามาบริเวณสยามสแควร์ซอย 5 ก็จะเจอกับร้านอาหารที่มีน้องหมามานั่งเล่นเป็นเพื่อน ใครที่รักหมา อย่าลืมแวะมานะคะ

3.Makura Cat Cafe @ซ.ศรีนครินทร์ 51 ข้างห้างซีคอนฯ

ข้ามมาที่ฝั่งคาเฟ่น้องแมวกันบ้างค่ะ กับคาเฟ่สุดคิวท์สไตล์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ ซ.ศรีนครินทร์ 51 ใครที่มาที่นี่จะได้เห็นน้องแมวสุดน่ารักหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังไม่ดุ และเป็นมิตรกับคนมาก ๆ ที่นี่มีอาหารหลากหลายเมนูให้เลือก อีกทั้งยังแบ่งรายได้ไปบริจากเพื่อช่วยเหลือน้องแมวไร้บ้านด้วยนะคะ

4.Cat Up Cafe @The Up พระราม 3 

คาเฟ่แมวสุดโอ่โถงกว้างขวางย่านสาทร เดินทางสะดวก เพียงแค่ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี จากนั้นต่อรถด่วน BRT มาลงสถานีถนนจันทน์ เดินมาที่ศูนย์การค้า The Up พระราม 3 คุณก็จะได้พบกับร้านคาเฟ่แมวสุดน่ารักแห่งนี้ ที่นี่เป็นแหล่งรวมน้องแมวพันธุ์หายากที่บอกได้เลยว่าเหล่าทาสแมวต้องห้ามพลาด

5.Little Zoo Cafe @JJ Plaza 171, Zone D

ร้านสุดชิคที่รวบรวมเหล่าสัตว์หายากมาไว้ในร้านกาแฟแห่งนี้ ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงแปลก ๆ หลากหลายสายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลกรอเราอยู่ที่นี่ รับรองว่าทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ สัตว์เหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างถูกกฏหมาย แต่ที่นี่จะไม่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการเหมือนคาเฟ่สัตว์ทั่วไป แต่รับรองได้เลยว่าถูกใจคนรักสัตว์แน่นอน

เชื่อว่า 5 สถานที่เหล่านี้คงเป็นสวรรค์ของคนรักสัตว์อย่างแท้จริง ใครว่าง ๆ ก็ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนจะน่ารักนี้ดูนะคะ รับรองว่าถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนค่ะ

 

bk.asia-city

 

5 เกาะสวยน้ำใส… อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่ไกลก็เที่ยวได้

เหนื่อยจากงานมาเราก็ต้องการการพักผ่อนอย่างสบายใจ แต่ร่างกายเจ้ากรรมก็ดันต้องการทะเลซะงั้น !! ทีนี้จะทำอย่างไรดี… คำตอบง่าย ๆ ค่ะ ก็แค่หาทะเลสวย ๆ น้ำ ใส ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ยังไงล่ะ

และโชคดีที่ทะเลสวย ๆ ในประเทศไทยมีเยอะแยะมากมายให้เลือกไป อีกทั้งยังมีที่ใกล้กรุงเทพฯ แบบว่าเดินทางไม่นานก็ได้สัมผัสบรรยากาศท้องทะเลสวยใสได้ไม่ยาก วันนี้ eastravelnow ได้รวบรวมแหล่งทะเลสวย ๆ 5 แห่ง ใกล้กรุงเทพฯ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบเดินทางนาน ๆ มาฝากค่ะ

1. เกาะล้าน พัทยา

เกาะที่เดินทางง่ายและสะดวกที่สุด แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น วิธีการเดินทางง่าย ๆ เพียงแค่นั่งรถตู้มาลงที่ท่าเรือแหลมบารีฮายจากนั้นต่อเรือก็ไปถึงเกาะล้านได้อย่างง่ายดาย เกาะล้านถือเป็นเกาะยอดฮิตที่เป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเพราะเดินทางสะดวก มีหาดทรายและน้ำทะเลที่สวยงาม

2. เกาะเสม็ด ระยอง

อีกหนึ่งเกาะยอดฮิตที่มีน้ำทะเลสีใส หาดทรายสีขาวราวกับสวงสวรรค์ แถมยังเดินทางได้ง่ายด้วยรถตู้และต่อเรือมาที่เกาะ ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เราก็จะได้พบกับความสวยงามและความใสของน้ำทะเลซึ่งเป็นเกาะที่เล่าขานว่าเป็นเกาะแก้วพิสดารในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี

3. เกาะมันนอก ระยอง

เกาะมันนอกมีหาดทรายละเอียดขาวเหมือนในฝั่งอันดามัน เกาะสวยสงบฝั่งทะเลตะวันออก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของคนรักสีฟ้าที่ต้องหาโอกาสมาสัมผัสความงามให้ได้ซักครั้ง ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ การเดินทางมาที่นี่ ต้องซื้อแพคเกจจากทางรีสอร์ทเท่านั้น และจะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ซื้อแพคเกจขึ้นไปเที่ยวชม

4. เกาะสีชัง ชลบุรี

เกาะสีชังขึ้นชื่อว่าเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เดินทางง่ายอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เหล่าคู่รักนิยมมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันที่นี่อีกด้วย

5. เกาะขาม สัตหีบ

เกาะขามเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น อีกทั้งยังมีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเยี่ยมชมเกาะ แต่เกาะแห่งนี้เป็นเกาะสวยใสยอดฮิต ที่กำลังมาแรงสุด ๆ มีหาดทรายขาวละเอียดดุจแป้ง น้ำทะเลสีฟ้าใส ต้องเรียกว่าความสวยงามระดับทะเลใต้เลยทีเดียว

ทีนี้ก็หมดข้ออ้างที่จะพาตัวเองไปเที่ยวแล้วนะคะ เพราะเราเสิร์ฟสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ใกล้กรุงเทพฯ แถมเดินทางได้ง่ายขนาดนี้ เตรียมตัวแพ็คกระเป๋ากันได้เลยค่ะ

 

bangkok

5 จังหวัดแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย ที่ฝรั่งการันตีว่าห้ามพลาด !

เมืองไทย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเมืองใหม่สไตล์โมเดิร์น และอารยธรรมโบราณจากประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่าเขา ชายหาด และน้ำทะเลที่สวยติดอันดับโลก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศไทยถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่านักเดินทาง

และด้วยการที่เมืองไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ บ้านเรือน ตึกสวย ๆ หรือย่านเมืองต่าง ๆ แต่ก็ยังมี 5 สถานที่ ที่เหล่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และได้รับการการันตีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วว่า หากมาที่เมืองไทย ต้องไม่พลาดสถานที่เหล่านี้ เรามาดูกันดีกว่า ว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น มีอะไรบ้าง

1. กรุงเทพมหานคร

เมืองหลวงที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในที่แห่งนี้ สัมผัสชีวิตคนเมืองสุดโมเดิร์นทันสมัยอย่างย่านสุขุมวิท สาทร อีกทั้งยังได้สัมผัสกับชีวิตคนเมืองเก่าตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาและวัดวาอารามที่สวยงามอิงตามประวัติศาสตร์ ทั้งวัดพระแก้ว วัดภูเขาทอง และบรรยากาศสุดแสนจะวินเทจอย่างย่านบางลำภู ถนนพระอาทิตย์ ไล่มาจนถึงปากคลองตลาด ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้อย่างลงตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเรียกได้ว่ามากรุงเทพฯ แล้ว จะได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ

2. เชียงใหม่

สัมผัสบรรยากาศของเมืองเหนือสุดน่ารัก และวัดวาอารามที่สวยงามตราตรึงใจอย่างวัดพระธาตุดอบสุเทพ พร้อมทั้งท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติอย่างดอยต่าง ๆ ตลาดบรรยากาศสุดเก๋และผู้คนที่เป็นมิตรและมีความน่ารัก นอกจากนี้หากได้มาเยือนที่แห่งนี้ เพื่อน ๆ จะได้ยินสำเนียงภาษาที่ไพเราะมาก ๆ อีกด้วย

3. สุโขทัย

 

 

 

 

 

 

 

สุดยอดเมืองเก่าเล่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่เคยรุ่งเรืองมากในช่วง 800 ปีก่อน จังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเคยมีประวัติความรุ่งเรืองและเกี่ยวพันกับเมืองใหญ่ทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ การได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่ ทำให้คุณได้เรียนรู้ประวัตอศาสตร์ไปพร้อม ๆ กับการสัมผัสเมืองโบราณที่สวยงาม

4. ภูเก็ต

จังหวัดทางภาคใต้ที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากทรายสีขาวสวยงาม และน้ำทะเลใสราวกับคริสตัล พร้อมกิจกรรมที่เหล่านักผจญภัยต้องไม่พลาดที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือ หรือแม้แต่ลงเล่นน้ำทะเลใส ๆ ขึ้นชื่อว่าติดอันดับทะเลที่สวยที่สุดแล้ว ภูเก็ตจะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวังอย่างแน่นอน

5. กระบี่

อีกหนึ่งจังหวัดที่มีหาดทรายขาวเนียนละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าสดใสไม่แพ้ภูเก็ต นั่นก็คือกระบี่นั่นเอง กระบี่มีหาดที่มีชื่อเสียงอย่างอ่าวนาง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม และนอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยรอให้นักท่องเที่ยวไปสำรวจมากถึง 130 เกาะ ใครชื่นชอบการเที่ยวเกาะ ต้องห้ามพลาด

แล้วเพื่อน ๆ ได้ไปเยี่ยมเยือนที่ไหนกันมาบ้างแล้วคะ นอกจาก 5 จังหวัดเหล่านี้ เราเชื่อว่าประเทศไทยก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าค้นหาอีกมากมายที่รอเพื่อน ๆ ไปพิสูจน์กันอยู่

 

davidsbeenhere

3 กิจกรรมน่าทำ ที่เหล่านักท่องเที่ยวชาวไทยกลับมองข้าม

ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนัก จึงทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่น และเป็นที่น่าสนใจของเหล่านักท่องเที่ยว

และบ้านเราก็มีกิจกรรมอยู่ไม่น้อย ที่โด่งดังมากในหมู่นักท่องชาวต่างชาติ แต่ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย กลับไม่เป็นที่นิยมมากนัก เราไปดูกันค่ะ ว่ากิจกรรมเหล่านั้นคืออะไรบ้าง

1. ชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ค่อยให้ความสนใจกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อย่างโบราณสถาน หรือวัดวาต่าง ๆ มากนัก อาจจะเนื่องมาจากทางภาครัฐและการประชาสัมพันธ์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่เน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากกว่า

2. เข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

บ้านเรามีพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย และการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่มาเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับชุมชนได้ แต่คนไทยน้อยคนนักที่จะท่องเที่ยวตามแหล่งพิพิธภัณฑ์ ด้วยเหตุผลที่ว่าอาจจะน่าเบื่อและไม่น่าสนใจเหมือนแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอื่น ๆ

3. อาบน้ำช้าง

กิจกรรมสุดเก๋ ที่เหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างให้ความสนใจ และฮอตฮิตมาก ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ถือว่าไม่ติดอันดับเลยไม่ว่าจะอันดับที่เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยคุนเคยกับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองอยู่แล้ว และการอาบน้ำช้างอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยสำหรับพวกเราเท่าใดนัก

บ้านเราถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ที่ใดในโลกค่ะ ดังนั้น เรามาใส่ใจกับแหล่งท่องเที่ยวที่เคยมองข้าม เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ไปพร้อม ๆ กันนะคะ

 

getyourguide

7 ถนนที่สวยที่สุดในโลก ที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องไปเหยียบสักครั้งในชีวิต

ไม่ใช่ทุกสถานที่ที่จะสวยงามจนน่าจับตามองหรือทำให้เราตะลึงไปกับความงดงามนั้น ถนน ก็เช่นเดียวกัน ถนนบางที่ทรุดโทรมผุพัง แต่ก็มีถนนอีกหลายที่ ที่สวยงามจนเราต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

วันนี้ eastravelnow ได้รวบรวมถนน 7 สายที่สวยงามจนคุณต้องตกตะลึงและต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เรามาดูกันว่าถนนเหล่านั้นคืออะไร และอยู่ที่ไหนบ้าง

1. La Boca, Buenos Aires, Argentina

ประเทศที่ห่างไกลจากบ้านเรา มีถนนที่งดงามมาก ๆ อยู่ในละแวก La Boca ในเมืองหลวงอย่าง  Buenos Aires ประเทศ Argentina ถนนที่สวยงามนี้เกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 19 ที่เหล่าคนขาวชาวอิตาลีได้ทำการอพยพย้ายถิ่นฐานมายังที่แห่งนี้ ซึ่งการสร้างบ้านเรือนก็จะอาศัยวัสดุเหล็กจากเรือที่พวกเขาเดินทางมา และนำมาทาสีใหม่ให้ได้สีสันที่สวยงามจนกลายเป็นถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามมาก ๆ แห่งหนึ่ง

2. Lombard Street, San Francisco, US

Lombard Street กลายเป็นหนึ่งในถนนที่น่าจับตามองและน่ามาเยืนสักครั้งในชีวิต เพราะเป็นถนนที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ประดับไปด้วยพุ่มไม้และดอกไม้ที่สวยงาม นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบที่จะดูรถขับลงมาจากเนินนี้ ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจ

3. Chefchaouen Street, Morocco

ถนนที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในเรื่องของเฉดสีน้ำเงินที่หลากหลาย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ Morocco การที่ถนนเหล่านี้เป็นสีน้ำเงินนั่นก็เพราะชาวยิวที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ต่างมีความเชื่อในเรื่องของสีน้ำเงินที่จะช่วยให้เขาอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น จึงนิยมทาสีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นสีน้ำเงิน จนได้ถนนที่วสยงามอยู่จนถึงทุกวันนี้

4. Jerez de la Frontera, Andalusia, Spain

ถนนที่สุดแสนจะสวยงามชวนฝันนี้เป็นที่รู้จักและเลื่องลือในเรื่องของไวน์ในประเทศสเปน ถนนแห่งนี้เป็นถนนแห่งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไวน์องุ่นที่เติบโตเลื้อยพันกำแพงและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จนกลายมาเป็นถนนที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของโลก

5.  Old Town, Lijiang, China

สวยจนขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลกกับเมืองเก่า ที่ Lijiang ประเทศจีน ถนนสายนี้มีความเก่าแก่มากถึง 1000 ปี โดดเด่นเรื่องทางเดิน และถนนอุโมงค์ที่สวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามมาก ๆ จนติดอันดับโลก สวยงามแบบนี้ เพื่อน ๆ ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมนะคะ

6. Cherry Blossom Avenue, Bonn, Germany

อุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ที่เมือง Bonn ประเทศเยอรมนี มีความโดดเด่นเรื่องสีสันที่สวยงามของต้นเชอร์รี่บลอสซั่ม ซึ่งจะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สร้างสีสันสวยงามจนทำให้ถนนแห่งนี้กลายเป็นถนนที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่ง

7. Bregagh Road, Ballymoney, Northern Ireland

สำหรับใครที่ชื่นชอบอุโมงค์ต้นไม้ ต้องไม่พลาดที่นี่ เพราะถนนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง ที่เติบโตและเกี่ยวพันกันเป็นอุโมงค์และถนนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสีเขียวและดูร่มรื่นสุด ๆ แถมที่นี่ยังทำให้นึกถึง HBO show ของ Game of Thrones อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับถนนสวย ๆ เหล่านี้ เชื่อว่าความสวยงามของเหล่าสิ่งปลูกสร้างและธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นต่อมอยากของเหล่าขาเที่ยวทั้งหลายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

 : architecturaldigest

รวบรวมเสน่ห์ของตลาดโต้รุ่งหัวหิน กี่ปีผ่านไปก็ยังอยู่ได้นักท่องเที่ยวเพียบเหมือนเดิม

ตลาดโต้รุ่งกับความสบายพุงจนรุ่งเช้า

ตลาดโต้รุ่ง เป็นตลาดกลางคืนที่เรียกขานและรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นใจกลางหัวหินแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยยอดนิยม จะว่าไปแล้วหัวหินกับตลาดโต้รุ่งเป็นของคู่กันที่มีมานานแล้ว ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ๆ ก็ยังคงอยู่ไม่ปิดหนีหายไปไหนแถมนักท่องเที่ยวก็ยังแวะเวียนมาเที่ยวอยู่สม่ำเสมอ เรียกได้ว่าเป็นตลาดโต้รุ่งที่ไม่มีวันตาย แน่นอนเรื่องอาหารยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ตลาดแห่งนี้มีมนต์เสน่ห์ ใครที่เคยมาตลาดแห่งนี้จะเห็นร้านอาหารทะเลหลายร้านคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จบอาหารคาวแล้วจะต่อด้วยร้านขนมหวานชื่อดังอีกหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านไอศกรีม ร้านของหวาน ร้านผลไม้ตามฤดูกาล ข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ของกินเล่น เช่น ข้าวโพดปิ้ง ข้าวโพดต้ม หมึกย่าง ไก่ทอด โรตี เครป เต้าทึง น้ำเต้าหู้ รับรองมีให้กินกันยันดึกอิ่มแปล้ไปจนถึงเช้า

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นซบเซาจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่แต่ไม่ใช่ที่ตลาดโต้รุ่งนะจ๊ะ

เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงนี้หันไปไหนก็เศรษฐกิจซบเซา แม้แต่การท่องเที่ยวก็เหมือนกันสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ในเมืองไทยได้รับผลกระทบจากการที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวน้อยลง ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวหินหลาย ๆ ที่เริ่มซบเซามาได้สักระยะ อาทิ เพลินวาน สถานที่ท่องเที่ยวย้อนยุคให้เห็นวิถีชีวิตคนไทยโบราณเอย หรือเวเนเซีย Community Mall ก็ตามหากใครมีโอกาสมาเที่ยวในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ใช่เทศกาลแล้วละก็จะเห็นผู้คนบางตาจนน่าใจหาย แต่ตลาดโต้รุ่งไม่ใช่เลย ยังคึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวขาตะลุยกินที่ยังเดินทางมากระจุกตัวกันในยามค่ำคืนจนหาที่จอดรถแทบไม่ได้เลยล่ะ เพราะของกินที่มีให้เลือกกินอย่างละลานตา โดยเฉพาะอาหารทะเล กุ้งตัวโต ๆ ลอบสเตอร์ขนาดใหญ่เบิ้มที่ใครเห็นก็อยากลองควักตังก์ในกระเป๋าจ่ายกันสักครั้งในชีวิตเพื่อลิ้มลองรสชาติของมัน จะมาเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็สามารถนั่งกินพูดคุยดื่มด่ำค่ำคืนสนุกสนานได้ถึงเที่ยงคืน พ่อค้าแม่ค้าก็เป็นมิตรแถมบางร้านน่ารักมากดูแลใส่ใจทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติแบบไม่เลือกปฏิบัติ ถ้าเป็นลูกค้าคนไทยก็จะขายราคาคนไทยไม่บวกเพิ่มอีกต่างหาก นี่คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เราสามารถสัมผัสได้ว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จึงไม่เคยพลาดมาฝากท้องไว้กับที่นี่เพราะความน่ารักเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ค้าที่ยังคงเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์แบบไม่ต้องปรุงแต่งใด ๆ เลย  สำหรับคนที่ไม่เคยมาตลาดโต้รุ่งแห่งนี้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืนนะจ๊ะ หากมีเวลาเรียนเชิญมาฝากท้องที่นี่กันได้น๊า

ภูเก็ตที่เปลี่ยนไปในวันนี้ หาดทรายสีขาวกลับมาแล้ว

ภูเก็ตไข่มุกแห่งอันดามัน สวรรค์คนชอบทะเล

ไม่แปลกใจเลยที่ภูเก็ตจังหวัดที่เป็นหมู่เกาะทางภาคใต้ที่ใคร ๆ ก็รู้จักต่างขนานนามให้ว่า “ไข่มุกแห่งอันดามัน” เพราะมันสวยสมคำร่ำลือสวยเหมือนไข่มุกที่เจิดจรัสหาอะไรเปรียบมิได้  เราเคยไปภูเก็ตครั้งแรกเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้วทะเลสวยยังไงกลับไปวันนี้ก็ยังสวยอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน น้ำทะเลใสแจ๋ว หาดทรายขาวคลื่นซัดสาดฝั่งไม่หยุด เปรียบเสมือนสาวพันปีสวยไม่สร่างยังไงก็ยังสวยอย่างนั้น

ร่มผ้าใบหลากสีหายไป หาดทรายขาวได้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  

สิบกว่าปีที่แล้วถ้าหากใครไปเยือนหาดป่าตองชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูเก็ตแล้วล่ะก็คงจะเห็นแค่ชายหาดที่เต็มไปด้วยร่มผ้าใบริมชายหาดหลากสีที่กางเรียงรายเต็มพรืดไปหมด กว่าสายตาจะมองทะลุร่มพวกนี้ไปเจอน้ำทะเลได้ต้องจ้องมองกันเบ้าตาแทบทะลุเลยล่ะ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เอาจริง ๆ ก็เกะกะสายตามากพอดู ชายหาดไม่เหมือนชายหาด ดูเกะกะวุ่นวายเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากินกับนักท่องเที่ยว ไหนจะร้านอาหาร ไหนจะร้านทำผม (ถักเปียริมหาด) ไหนจะร้านนวดเอย เดินกันให้ควัก บางครั้งนักท่องเที่ยวอย่างเราก็ไม่ได้อยากกินอาหารตลอดเวลา ไม่อยากถักเปียให้สวย ไม่อยากนวดเพราะไม่เมื่อย แต่อยากนั่งชมวิวทะเลเงียบ ๆ ปล่อยอารมณ์ไปบ้างตามประสาวิ่งลงทะเลเล่นน้ำอย่างเป็นส่วนตัวบ้างอะไรบ้างแต่ก็ทำไม่ได้ จะเดินไปทางไหนก็โดนเรียกโดนตื้อจนแทบจะเขวี้ยงข้าวของที่มีติดมือทิ้งแล้วกลับไปนั่งกอดเข่ามองสระน้ำที่โรงแรมก็ได้ แต่พอกลับไปอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ภูเก็ตเปลี่ยนไปแล้ว ป่าตองจ๋าร่มผ้าใบหลากสีหายไปแล้ว อยากจะโห่ร้องด้วยความดีใจชายหาดสงบน้ำทะเลเขียวใสกลับมาแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ จะด้วยการจัดระเบียบทำให้ทะเลที่ภูเก็ตในวันนี้ดูสงบเงียบอย่างที่มันควรจะเป็น นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างเรา ๆ เป็นปลื้มอยากเอนหลังนั่งพิงต้นมะพร้าวดื่มอะไรเล็กน้อยเพลิน ๆ คนเดียวก็ทำได้ อยากเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนก็ถอดเสื้อ (เสื้อคลุมน๊าหาใช่ความล่อนจ้อนอย่าคิดมาก ฮิฮิ) ใช่แล้วถอดเสื้อคลุมสลัดผ้าวิ่งลงทะเลไปเล่นน้ำได้อย่างสบายใจ ไม่มีใครตื๊อให้ทำนู่นทำนี่ที่ไม่อยากทำแล้ว คนที่ห่างหายจากภูเก็ตไปนานเพราะเบื่อความวุ่นวาย อยากให้กลับไปอีกครั้งจังแล้วคุณจะชอบภูเก็ตในวันนี้วันที่ภูเก็ตเปลี่ยนไปภูเก็ตแบบเดิมแบบที่เคยสงบกลับมาเหมือนเดิมแล้วน๊า

ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่หัวหิน อยากได้ความสงบไปเที่ยวปราณบุรีดีกว่า

เที่ยวทะเลแบบสง๊บสงบใกล้กรุงเทพฯ ให้ไปปราณบุรี

อยากเที่ยวทะเลคุณคงนึกถึงหัวหินกับพัทยาล่ะสิ ใช่ไหมล่ะ ใครก็ต่อใครก็คิดแบบนี้จนทำให้ลืมไปว่าปราณบุรีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบทะเล สามารถมาสูดบรรยากาศบริสุทธิ์รับกลิ่นอายทะเล สัมผัสความเค็มของน้ำทะเลได้เหมือนกัน ปราณบุรีอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมืองพี่เมืองน้องของหัวหินนี่แหละ หากมาจากกรุงเทพก็ขับเลยหัวหินมาเพียงแค่ 30 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่ให้ความรู้สึกสงบได้เหมือนห่างตัวเมืองออกไปหลายร้อยกิโลเมตร (ว่าไปโน่น) ทะเลปราณบุรีสงบมากนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบเป็นส่วนตัว ส่วนใหญ่มักจะมาหลบพักผ่อนที่นี่เพราะมีรีสอร์ทริมทะเลติดชายหาดให้เลือกมากมาย ราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันและหลักหมื่นให้เลือกสรร ใครงบน้อย ใครงบเยอะก็เชิญเลือกตามสบายได้เลย

ปราณบุรีมีอะไรให้เที่ยวบ้าง

จะมาเที่ยวทั้งทีไม่อยากนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่แต่ในรีสอร์ทก็ออกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้เหมือนกันนะ ที่ปราณบุรีก็มีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงให้เราไปเที่ยวได้เหมือนกัน มีอะไรบ้างนี่เลย หาดนเรศวร ความโดดเด่นของที่นี่จะมีชายหาดยาวร่วม 7 กิโลเมตร น้ำทะเลตื้นสามารถลงเล่นน้ำได้มีร้านอาหารกระจายตัวเป็นจุด ๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีเกาะนมสาว เกาะที่มีลักษณะรูปทรงเหมือนนมสาว ใครมาแถวนี้อยากดำน้ำทะเลดูปะการังก็ทำได้ด้วยน๊า นอกจากนี้ยังมีตลาดเก่าปราณบุรีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นซื้อของ มีวณอุทยานปราณบุรีให้เราได้ศึกษาศูนย์การเรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ มีทั้งพรรณไม้และสิ่งมีชีวิตทางทะเล ป่าชายเลนและป่าสน

สิ่งที่หัวหินให้ไม่ได้แต่สามารถหาได้ง่ายที่ปราณบุรี

ใครต่อใครก็นึกถึงแต่หัวหินจนทำให้ปราณบุรีไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เพราะหัวหินเป็นด่านแรกที่คนชอบทะเลนึกถึง ในขณะที่ปราณบุรีต้องขับรถเลยไปอีก 30 กิโลเมตรจากหัวหินอีกแน่ะ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าปราณบุรีมีความสงบมากกว่าให้ความรู้สึกใกล้ชิดทะเลได้มากกว่าหัวหินที่มีตึกสูงและบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างเต็มไปหมด จะหาที่พักริมชายหาดราคาสบายกระเป๋าก็หายาก แต่ในขณะที่ปราณบุรีแค่หลักพันต้น ๆ ก็สามารถจองห้องพักริมทะเลได้แล้ว

ไปทะเลใกล้กรุงเทพฯ คราวหน้าไปปราณบุรีสิ

                ใครที่เบื่อหัวหินถิ่นมีหอยคราวหน้าก็ปราณบุรีเลยจ้า ขับรถไปแค่ไม่กี่นาทีก็ได้สัมผัสรีสอร์ทชิล ๆ ริมทะเลได้แล้วเหมือนกัน ไม่อยากให้คุณต้องจำเจอยู่กับที่หัวหิน ว่าง ๆ คราวหน้าไปปราณบุรีกันนะ แล้วคุณจะชอบ

เที่ยวญี่ปุ่นยังไงไม่ให้เสียมารยาทในบ้านของเขา

ญี่ปุ่นฟีเว่อร์ กระแสแรงดีไม่มีตก

กระแสท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นยังมาแรงในหมู่คนไทยอย่างเรา ๆ หลายคนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับบริษัททัวร์ บ้างก็เลือกไปเที่ยวด้วยตัวเอง แต่เชื่อไหมว่ามีน้อยคนนักที่จะศึกษาใส่ใจมารยาทและวัฒนธรรมของคนประเทศนี้ว่าเขามีกฎระเบียบข้อห้ามยังไงบ้าง เรามีข้อแนะนำที่ควรรู้มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเรียนรู้ไว้ไม่เสียหายแน่นอน อยากรู้ไหมมีอะไรบ้าง

คนญี่ปุ่นมักทำตัวเป็นใบ้และทำตัวลีบในรถสาธารณะ

ใบ้ในที่นี้หมายถึงเขาจะสงบปากสงบคำและทำตัวมีมารยาทสุด ๆ เวลาต้องขึ้นรถไฟหรือรถประจำทาง คนญี่ปุ่นจะได้รับการปลูกฝังเรื่องมารยาทและกฎระเบียบที่เคร่งครัดมาก เขาค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องเสียงดัง การพูดคุยเฮฮาในรถไฟเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำกันหรอก แม้แต่เสียงโทรศัพท์ทุกคนจะตั้งโหมดสั่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเพื่อนคนไหนที่ไปเที่ยวระหว่างอยู่ที่นี่ตั้งโหมดโทรศัพท์ให้เป็นระบบสั่นไว้ตลอดการเดินทางจะดีที่สุดจ๊ะ การพูดคุยก็ควรคุยกันเบา ๆ เท่าที่จำเป็นอย่าโหวกเหวกเสียงดังไม่ดีเลยน๊า อย่าทำเลยจ้า อีกอย่างหนึ่งคนญี่ปุ่นเวลาเดินทางไปไหนหากมีสัมภาระติดตัวมามากแค่ไหนก็ตาม เขาจะไม่วางเกะกะใครเด็ดขาดเขาจะต้องหอบและหนีบสัมภาระของตัวเองไว้ในพื้นที่ที่ตัวเองยืนหรือนั่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราก็เหมือนกันควรถือสิ่งของของตัวเองไว้ให้รบกวนคนอื่นน้อยที่สุดจะดีมากเลย ถ้าหากเป็นกระเป๋าเดินทางในรถไฟความเร็วสูงแล้วส่วนใหญ่จะมีที่วางกระเป๋าไว้เป็นสัดส่วน เราสามารถวางกระเป๋าแล้วเดินไปนั่งได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวหายเพราะที่นี่ผู้คนซื่อสัตย์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลกเลยล่ะ

คันโตชิดซ้าย คันไซชิดขวา

เรื่องนี้อาจจะพอคุ้นหูกันมาบ้างแล้วว่าเวลาไปญี่ปุ่นที่โตเกียว (ภูมิภาคคันโต) เขาจะใช้บันใดเลื่อนแบบยืนชิดซ้าย เวลาเดินค่อยเดินทางขวา ส่วนเกียวโต ( ภูมิภาคคันไซ) จะยืนชิดขวาเดินทางซ้ายแทน หวังว่าจะไม่งงกันเนอะ จำไว้ว่าไปเที่ยวโตเกียวเวลาขึ้นลงบันใดเลื่อนยืนชิดซ้ายไว้เสมอนะจ๊ะ อย่าขึ้นตรงไหนแล้วยืนตรงนั้นเหมือนบ้านเราเดี๋ยวเขาจะพูดได้ว่าคนไทยไม่มีมารยาทไม่ดีอย่าทำเลยน๊า

เวลากินไม่เดิน เวลาเดินไม่กิน

                เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คนญี่ปุ่นเขาถือมากคือการเดินกิน คนญี่ปุ่นจะไม่ทำเด็ดขาดเพราะเขามองว่ามันไม่ดีอาจทำให้ขยะหกเลอะเทอะ แต่คนไทยเราเคยชินกับการเดินกินนี่เนอะ ถ้าเป็นไปได้เวลาไปญี่ปุ่นควรเตือนตัวเองไว้เสมอว่าซื้ออะไรมาควรกินให้เสร็จก่อนเดินนะจ๊ะ ท่องไว้ว่ากินไม่เดิน เดินก็ต้องไม่กินจ้า

หวังว่าข้อมูลเล็ก ๆ น้อยๆ นี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ เที่ยวประเทศญี่ปุ่นอย่างสบายใจกันนะจ๊ะ เข้าเมืองหลิ่วต้องหลิ่วตาตามเรียนรู้ไว้ไม่เสียหลายแน่นอน