Zhuhai International Circuit ศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตแห่งแรกของจีน

Zhuhai International Circuit เป็นสนามแข่งรถถาวรแห่งแรกของประเทศจีน และยังเป็นศูนย์กลางที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตในระดับท้องถิ่น ตลอดจนการแข่งขันระดับนานาชาติ

ใครเลยจะคิดว่าต้นกำเนิดของสนามแข่งรถที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เกิดขึ้นมาจากการแข่งรถบนถนนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตัวเมืองจูไห่ เมื่อกลางปี ค.ศ.1990 ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเมืองจูไห่ได้เป็นอย่างดี และพื้นที่ตั้งก็ใกล้กับมาเก๊าและฮ่องกงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางความรู้และเศรษฐกิจ จนสามารถดึงดูดใจผู้ที่หลงใหลในการแข่งขันรถยนต์ได้มากกว่า 200,000 คน เลยทีเดียว จึงเป็นโอกาสให้จีนเริ่มพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตขึ้นอย่างจริงจัง

 Zhuhai International Circuit สนามมาตรฐานระดับโลก

Zhuhai International Circuit ได้รับการออกแบบและความคุมการก่อสร้างโดยบริษัท Kinhill Engineers Pty Ltd ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้สร้างกลุ่มเดียวกับผู้สร้าง Formula One Circuit ในแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เปิดการใช้งานในกีฬามอเตอร์สปอร์ตครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1993 และมีการปรับปรุงรูปแบบสนามอยู่หลายครั้ง จนเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.1996 ก็ได้ใช้เป็นสนามสำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ ในรอบสุดท้ายของ BPR Global GT Series เป็นการแข่งขันสิ้นสุดฤดูกาลของการแข่ง GT ในหลายฤดูกาล

จนเมื่อซีรี่ย์ BPR ได้เปลี่ยนหมวดหมู่มาอยู่ในกลุ่มของ FIA GT สนามแข่งรถจูไห่ก็ได้ถูกใช้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศของ Intercontinental Le Mans Championship ในเวลาไม่นาน Zhuhai International Circuit ก็กลายเป็นแหล่งแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับการยอมรับทั้งจากท้องถิ่นและนานาชาติ

สนามแข่งรถกว้างใหญ่ ความยาว 4.3 กิโลเมตร ตื่นเต้นด้วย 14 โค้ง วัดใจด้วย 5 โค้งอันตราย

Zhuhai International Circuit เป็นสนามที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเส้นทางที่รวดเร็วมาก ระยะทางโดยรวมมีความยาว 4.3 กิโลเมตร เส้นทางที่มีโค้งน้อยใหญ่รวมได้ถึง 14 โค้ง และมี 5 โค้งที่อาจเป็นจุดวัดใจผู้แข่งขันจนทำให้บางคนถึงกับสูญเสียการควบคุมรถของตัวเองได้

นอกจากเส้นทางแข่งขันที่น่าทึ่งแล้วนั้น พื้นที่อาณาเขตของ Zhuhai International Circuit ก็ประกอบด้วยโรงรถที่เป็นตัวอาคารที่มีมากกว่า 40 ยูนิต มีจอมอนิเตอร์ที่อยู่ในศูนย์ควบคุมการแข่งขันกว่า 30 จอ และครอบคลุมอย่างทั่วถึง ทำให้ผู้ชมไม่พลาดการแข่งขันในทุกระยะ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาร่วมชมในสนาม ก็จะสามารถติดตามได้จากการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมและอินเตอร์เน็ตสำหรับการแพร่ภาพผ่านโทรทัศน์ โดยศูนย์มีเดียร์ เซ็นเตอร์ที่มีอุปกรณ์จำเป็นในการสื่อสารและสามารถรองรับนักข่าวได้ถึง 200 คน

ยิ่งไปกว่านั้น Zhuhai International Circuit ยังมีศูนย์การแพทย์ พร้อมอุปกรณ์อย่างครบครัน ที่พร้อมปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมสรรพด้วยลานจอดเฮลิคอปเตอร์และสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากล ซึ่งความยิ่งใหญ่ของสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตแห่งนี้ สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 60,000 ชีวิต ไม่นับรวมห้องวีไอพีที่สามารถรองรับผู้เข้าชมพิเศษได้กว่า 700 คน ซึ่งห้องวีไอพีนี้จะเป็นพื้นที่พิเศษที่ผู้หลงใหลในความเร็วจะเห็นความตื่นเต้นของการแข่งขันในมุมมองที่ดีที่สุด

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต คุณก็ควรมีสักครั้งในชีวิตที่ได้มาสัมผัสความอลังการของ Zhuhai International Circuit ด้วยสายตาของคุณเอง แล้วคุณอาจจะตกหลุมรักสนามมอเตอร์สปอร์ตแห่งนี้ก็เป็นได้

เครดิตรูป : https://www.pinterest.com/pin/31595634868906520/

Seoul World Cup Stadium หนึ่งที่เที่ยวในเกาหลีใต้ที่คุณไม่ควรพลาด

ประเทศเกาหลีใต้ในความคิดของใครหลาย ๆ คนก็จะทำให้นึกถึงการช้อปปิ้งจับจ่ายซื้อเครื่องสำอาง รวมถึงวงการเคป็อปที่นับเป็นหน้าเป็นตาให้กับเกาหลีใต้ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากคุณอยากเข้ามาสัมผัสการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ที่มากกว่าความบันเทิงและหลีหนีความอึกทึกครึกโครมจากตัวเมือง เราก็อยากแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ Seoul World Cup Stadium รวมถึงสถานที่ใกล้เคียงที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ซึ่งอาจเป็นอีกเส้นทางการท่องเที่ยวที่คุณสามารถเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดทั้งวันอย่างไม่รู้จักคำว่าเบื่อ

Seoul World Cup Stadium สนามกีฬายิ่งใหญ่ระดับเอเชีย

Seoul World Cup Stadium หรือชาวท้องถิ่นจะเรียกว่า Sangam Stadium สร้างขึ้นเพื่อในการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup 2002 เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของเกาหลีใต้ สามารถจุผู้ชมในสนามได้กว่า 66,000 ที่นั่ง ยังไม่รวมพื้นที่สำหรับห้องส่วนตัวที่มีมากถึง 75 ห้อง สนามถูกออกแบบมาในรูปแบบที่คล้ายว่าวเกาหลีเอกลักษณ์แบบดั้งเดิม ทำให้สนามกีฬาแห่งนี้เป็นสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีความสูงถึง 50 เมตร มีเสากระโดงรองรับ 16 ต้น และครอบคลุม 90 เปอร์เซ็นของพื้นที่ในสนาม โครงสร้างที่หุ้มด้วยผ้าใยแก้วและกระจกโพลีคาร์บอเนตที่สะท้อนเงาได้อย่างงดงาม เป็นเอกลักษณ์คล้ายทำมาจากกระดาษฮันจี ที่เป็นกระดาษเกาหลีแบบดั้งเดิม ยิ่งเมื่อมองดูสนามกีฬาแห่งนี้ในยามค่ำคืน คุณก็จะเห็นแสงไฟสีนวลที่สะท้อนออกมา สร้างความอบอุ่นสายตาราวกับมองโคมไฟโบราณ

สถานที่เที่ยวยอดฮิตใกล้ Seoul World Cup Stadium

นอกจากการไปเยือน Seoul World Cup Stadium ที่คุณจะได้สัมผัสความอลังการของสนามกีฬาระดับเอเชียแล้ว ไม่ไกลจาก Seoul World Cup Stadium ยังเป็นที่ตั้งของ World Cup Park ที่เป็นสวนนิเวศวิทยาที่เกิดขึ้นจากการปรับปรุงพื้นที่ด้วยการฝังกลบขยะจำนวนมหาศาล และพัฒนาเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจนถึงปัจจุบัน เป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัวชาวเกาหลีใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวก็ต่างพากันมาพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนชื่นชมบรรดาทุ่งดอกไม้ที่สวยงามรอรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

ภายใน World Cup Park ประกอบไปด้วยสวนสาธารณะห้าแห่งด้วยกัน

  1. Pyeonghwa (Peace) Park หรือ สวนสันติภาพพยองฮวา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม Seoul World Cup Stadium สร้างเพื่อระลึกถึงการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2020 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ชื่อของสวนแห่งนี้ก็สื่อถึงสันติภาพและเอกภาพของโลก ด้านในยังมี UNICEF Plaza, สระน้ำนันจิ, สวนป่า, สนามเด็กเล่นและพิพิธภัณฑ์ World Cup Park
  2. Haneul Park หรือ สวนฮานึล คำว่า ฮานึลในภาษาเกาหลีนั้น แปลว่าท้องฟ้า ซึ่งสวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของ World Cup Park การขึ้นไปยังสวนฮานึลนอกจากมีรถบัสขนาดเล็กให้บริการแล้ว คุณสามารถเดินขึ้นบันได้กว่า 291 ขั้นได้อีกด้วย สวนฮานึลนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ทำให้คุณมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของกรุงโซลได้อย่างตื่นตาตื่นใจ
  3. Noeul Park หรือ สวนโนอึล เป็นอีกสวนสาธารณะที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่คุณจะได้พบกับสัตว์ป่าขนาดเล็ก อย่างเช่น กวาง แรคคูน เป็นต้น ดื่มด่ำกับงานศิลปะ ปติมากรรมบนสนามหญ้า ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีได้อย่างใกล้ชิด ชื่นชมวิวแม่น้ำฮันและพระอาทิตย์ตกดิน
  4. Nanjicheon Park หรือ สวนนันจิชอน สวนนี้สร้างขึ้นตามลำธารที่ไหลมาจากใต้สวนฮานึล ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำเสีย แต่ได้รับการปรับปรุงจนเป็นลำธารที่ใสสะอาด ในสวนมีเวทีกลางแจ้งและอุปกรณ์กีฬาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ออกกำลังท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์
  5. Hangang Riverside Park หรือ สวนสาธารณะฮันกัง สวนนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำฮัน เป็นพื้นที่ศึกษาธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถเล่นฟุตบอล เล่นบาสเกตบอล หรือนั่งเล่นบนสนามหญ้าอย่างสบายใจท่ามกลางสายลมโชยริมแม่น้ำ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักประเทศเกาหลีใต้และยังไม่เคยมาเยือน Seoul World Cup Stadium และสวนสวยต่างๆ ใน World Cup Park ที่เราได้แนะนำ คุณก็อย่ารอช้าที่จะให้ที่แห่งนี้อยู่ในแผนการเดินทางของคุณในครั้งหน้า รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง เมื่อคุณได้มาเห็นความงดงามด้วยตาของคุณเอง

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/fr/photos/stade-de-la-coupe-du-monde-sangam-2923634/

ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต การลงทุนที่คุ้มค่าสมฐานะสนามแข่งมาตรฐานสากล

เป็นที่รู้กันว่าสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรืออีกชื่อหนึ่งคือ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จะเป็นสถานที่ใช้แข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก 2020 “โออาร์ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” โมโตจีพี Moto GP สนามที่ 2 แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 (Covid-19) ทำให้การแข่งขันรถจักรยานยนต์ที่แฟน Moto GP เฝ้ารอคอยต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

แต่ก่อนที่จะได้รู้ว่าการแข่งขันเจ้าความเร็วรายการนี้จะจัดขึ้นเมื่อไร เราควรทำความรู้จักสนามแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมาพันรถยนต์นานาชาติ หรือ FIA เกรด 1 เป็นมาตรฐานของสนามที่ใช้จัดการแข่งขันรถฟอร์มูลาวัน และ FIM เกรด A ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นระดับสนามที่สามารถใช้แข่งขัน Moto GP ได้

ตั้งแต่มีการใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตเป็นสนามแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต เมื่อปี 2014 สนามแห่งนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น ความสำเร็จที่ผ่านมาของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

ความยิ่งใหญ่ของพื้นที่และวงจรการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น

สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้รับการออกแบบโดยแฮร์มันน์ ทิลเคอ (Hermann Tilke) ซึ่งเป็นทั้งวิศวกรและอดีตนักแข่งรถมืออาชีพชาวเยอรมัน เขามีประสบการณ์การออกแบบสนามแข่งรถฟอร์มูลาวันอย่างโชกโชน สนามที่เขาออกแบบครั้งแรกและเป็นที่รู้จักดีของเหล่าแฟนมอเตอร์สปอร์ตนั้นก็คือ สนามเอวันริงในออสเตรีย

สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ถูกออกแบบให้มีระยะทางยาว 4.554 กิโลเมตร (2.829 ไมล์) ประกอบด้วยโค้งน้อยใหญ่ จำนวน 12 โค้ง ความเร็วสูงสุดที่นักแข่งสามารถใช้ได้คือ 330.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สนามแห่งนี้สามารถรองรับผู้ชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้มากถึง 50,000 คน

รายการแข่งขันสำคัญที่เคยผ่านสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

– รายการ Super GT เป็นการแข่งขันซูเปอร์คาร์ รายการอันดับหนึ่งของเอเชีย ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 130,000 คน นับเป็นสถิติการเข้าชมการแข่งขันที่สูงที่สุดของสนามแข่งตั้งแต่เคยมีการแข่งขันรายการนี้

– รายการ World SBK การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ประเภทรถโปรดักชั่น

– รายการ WTCC หรือ FIA World Touring Car Championship เป็นการแข่งขันทัวริ่งคาร์ชิงแชมป์นานาชาติ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ

– รายการ Moto GP ที่นับเป็นสุดยอดรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการสำคัญที่ทำให้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับนานาชาติ ตั้งเริ่มมีการจัดการแข่งในฤดูกาล 2018 เป็นสนามที่ 15 จากทั้งหมด 19 สนามทั่วโลก ซึ่งเป็นการแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกในประเทศไทย ในปี 2018 – 2019 ที่ผ่านมา รายการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมทั่วทุกสารทิศ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ในปี 2020 นี้ การแข่งขันรายการนี้ต้องถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

ถึงแม้เวลานี้จะไม่มีการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่เชื่อว่าแฟนกีฬามอร์เตอร์สปอร์ตทั้งหลายก็ได้รับรู้ว่าประเทศไทยก็มีสนามที่รองรับการแข่งขันที่มีมาตรฐาน จนอาจเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เครดิตภาพ : https://www.pinterest.com/pin/718042734326840623/

Singapore Sports Hub สนามกีฬาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดทันสมัย

สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ (Singapore Sports Hub) เป็นศูนย์รวมกีฬาขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่เมืองแกลัง (Kallang) เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2010 จนเสร็จในปี 2014 สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับถูกสร้างเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์รับบทบาทเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดนั้น ถูกจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ

ศูนย์รวมกีฬาและความบันเทิงยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ

สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ ถูกสร้างขึ้นตามคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาชุมชนและกีฬาของประเทศสิงคโปร์ เพื่อใช้ทดแทนสนามกีฬาแห่งชาติเดิม ซึ่งนอกจากใช้เป็นสนามกีฬาแล้ว สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ ยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมสร้างความบันเทิงให้กับคนที่รักการออกกำลังกาย รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของคณะกรรมการการกีฬาแห่งสิงคโปร์ ที่ต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมการกีฬาในเมืองได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายการสร้าง สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ นั้นเพื่อต้องการให้เป็นแหล่งอำนวยความสะดวกด้านการกีฬาแห่งแรก และเป็นการก่อสร้างที่นับเป็นโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ระดับโลกอีกด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งกีฬาและความบันเทิงแสนครบครัน

สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่รวมอยู่ในสิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ นั้น มีเยอะแยะมากมาย ได้แก่

                – สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ที่มีความจุผู้ชมได้มากถึง 55,000 คน ความน่าทึ่งอยู่ที่หลังคาของสนามสามารถพับเก็บได้ รวมถึงที่นั่งของผู้ชมสามารถปรับระดับได้ตามใจคุณอีกด้วย

                – สนามกีฬาในร่มแห่งสิงคโปร์ ความสามารถในการรองรับผู้ชม 12,000 คน

                – ศูนย์กีฬาทางน้ำ OCBC Aquatic Center ที่ได้ตรงตามมาตรฐานสหพันธ์ว่ายน้ำระหว่างประเทศ (FINA) สนามนี้จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน

                – สนามกีฬา OCBC Arena ที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามบาสเกตบอลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ รองรับผู้ชมได้ถึง 3,000 คน ภายในสนามสามารถปรับขนาดด้วย

                – ศูนย์กีฬาทางน้ำ ที่คุณสามารถพายเรือคายัคหรือเรือแคนู เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของคุณได้

                – ห้าสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ชื่อว่า Kallang Wave ห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดกว้างใหญ่ถึง 41,000 ตารางเมตร ภายในห้างแห่งนี้ ได้รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิง อย่างเช่น หน้าผาจำลองเพื่อให้คุณได้ปีนเขาในที่ร่ม หรือสวนสนุกสำหรับเด็กเล็ก Splash N Surf  ที่ประกอบด้วยสวนน้ำสำหรับเด็ก, โมเดลปลากระเบนขนาดใหญ่และแม่น้ำสายเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนานในวันหยุดพร้อมครอบครัว

                – ลู่ทางเดิน 100 Plus ที่เป็นทางให้ได้เดิน วิ่ง ออกกำลังกาย เป็นทางที่ล้อมรอบสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์

                – พิพิธภัณฑ์ยุวชนโอลิมปิกแห่งสิงคโปร์ และ พิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งสิงคโปร์

                – ห้องสมุด

                – Shimano Cycling World เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจและเปิดประสบการณ์ของคุณ คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีของจักรยาน ภายในนั้นใช้เทคนิคที่ล้ำสมัยที่เรียกว่า “ดรีมแมชชีน” เป็นจอแสดงผลที่สร้างความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่หลงรักการขี่จักรยาน

                – สิ่งอำนวยความสะดวกด้วยกีฬามากมาย เช่น ลานกีฬากลางแจ้งที่ใช้แข่งวอลเล่ย์บอลชายหาด สนามพื้นแข็งที่ใช้แข่งขันฟุตซอล บาสเกตบอล ฯลฯ สนามหญ้า รวมถึงเส้นทางลู่วิ่ง และทางจักรยาน

จากความยิ่งใหญ่ของสิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็คงไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไรสิงคโปร์ สปอร์ต ฮับถึงได้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของคนที่ต้องการออกกำลังกาย เพราะถ้าหากได้ลองเข้าไปเยือนดูสักครั้งก็คงเป็นการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบของคุณเลยก็ว่าได้

เครดิตภาพ : https://www.straitstimes.com/sport/parliament-sports-hub-can-do-more-to-enhance-vibrancy-mccy

สนามฟุตบอล สวยงามอลังการ ควรค่าแก่การมาเยือน

นอกจากเสียงเชียร์ของผู้ชมที่ตะโกนให้กำลังใจนักฟุตบอลที่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ในสนามแล้วนั้น สนามฟุตบอลก็มีส่วนช่วยเพิ่มอารมณ์ของผู้เล่นให้พุ่งทะยานสูงเมื่ออยู่ในสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้ลงแข่งในสนามกีฬาที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ก็ช่วยจรรโลงใจให้นักเตะทั้งหลายมีความกระตือรือร้นเพิ่มมากขึ้น

5 อันดับสนามฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลก

วันนี้เรามาทำความรู้จักสนามกีฬาที่มีความสวยงาม 5 อันดับแรกของโลก ซึ่งมีทั้งสนามกีฬาขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยสวยงาม ตั้งอยู่ในหลายประเทศดังต่อไปนี้

1.Soccer City หรือชื่อสนามอย่างเป็นทางการก็คือ First National Bank Stadium (FNB Stadium) ตั้งอยู่ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลและรักบี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ ในปี 2009 และเมื่อประเทศแอฟริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2010 ก็ถูกใช้เป็นสนามจัดการแข่งขัน รูปแบบของสนามถูกออกแบบมาในลักษณะของหม้อแอฟริกัน (African pot) ด้านนอกหุ้มด้วยโมเสคสะท้อนแสงไฟและมีแสงไฟที่เป็นวงแหวนวิ่งไปรอบ ๆ สนาม และด้านล่างของโครงสร้างก็จำลองให้ดูเหมือนไฟที่โชติช่วงอยู่ใต้หม้อ ภายในสนามจุผู้ชมได้มากเกือบ 100,000 ที่นั่ง จึงทำให้ Soccer City เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

2. Maracanã Stadium เป็นสนามกีฬาที่อยู่ในเมืองริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ผู้คนก็ให้ความสนใจในกีฬาฟุตบอลมากด้วยเช่นกัน สำหรับ Maracanã Stadium เป็นส่วนหนึ่งของสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่ได้รับความนิยม และสนามกีฬาแห่งนี้ได้ใช้จัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ ๆ มากมาย เช่น ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในปี 1950, ฟุตบอลโลกปี 2016 ที่บราซิลเองเป็นเจ้าภาพ หรือแม้กระทั่งมหกรรมโอลิมปิกในปี 2016 เป็นต้น

3. The Allianz Arena ตั้งอยู่ที่เมืองมิวนิค, บาวาเรีย ประเทศเยอรมัน เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2005 และยังเป็นสนามฝึกซ้อมของทีมฟุตบอลของมิวนิค อย่างเช่น ทีมบาเยิร์นมิวนิค และ ทีม 1860 มิวนิค สนามกีฬาแห่งนี้มีการออกแบบที่โดดเด่นด้วยแผ่นพลาสติก ETFE ที่พองตัวออกและสามารถเปลี่ยนสีผนังภายนอกจากสีแดงเป็นสีน้ำเงินและสีอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับทีมที่ลงแข่ง รองรับผู้ชมได้ถึง 75,000 คน ทำให้ The Allianz Arena ถือเป็นสนามกีฬาที่ชื่อเรื่องการออกแบบที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้

4. Wembley Stadium เป็นสนามฟุตบอลตั้งอยู่ที่เมือง Wembley ในสหราชอาณาจักร เปิดใช้เมื่อปี 1923 และได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปี 2007 Wembley Stadium สามารถรองรับผู้ชมได้กว่า 90,000 ที่นั่ง ได้รับการขนานนามว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามที่สุดในสหราชอาณาจักร มีความสูง 134 เมตร มีโครงสร้างซุ้มประตูที่ทอดยาวไปทั่วอาคาร มองเห็นเป็นจุดเด่นสะดุดตาประจำเมืองเวมบลีย์

5. Floating Stadium เป็นสนามกีฬาลอยน้ำที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ สร้างขึ้นในปี 2007 ซึ่งเป็นสนามกีฬาลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสนามกีฬาที่ทอดตัวยาวสู่ชายฝั่งของอ่าวมารีน่าเบย์ ใช้เป็นที่แข่งขันกีฬาและจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย สามารถรับน้ำหนักของผู้เข้าชมได้มากถึง 9,000 คน

ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสนามฟุตบอลที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามติดอันดับโลกที่นำมาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จัก ซึ่งบางครั้งเราก็ให้ความสนใจแต่เกมกีฬาที่ทำการแข่งขันในสนามกีฬาเพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณลองหันมามองความสวยงามของสนามกีฬาดังกล่าว ก็เปรียบได้กับการเสพงานศิลปะผ่านปติมากรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนั้น ๆ ไปด้วย

เครดิตภาพ : https://www.pinterest.com/pin/668925350886714430/

สนามกีฬารังนก (Beijing National Stadium) สนามกีฬาโดดเด่นเน้นความอลังการ

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “สนามกีฬารังนก” ที่เป็นสนามกีฬารูปลักษณ์สะดุดตา จนแค่เห็นครั้งเดียวก็เข้าใจในชื่อสนามกีฬารังนกได้ทันที แต่ชื่ออย่างเป็นทางการของสนามกีฬารังนกนั้นก็คือ สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง (Beijing National Stadium) ตั้งอยู่ที่ Olympic Green สนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2008 ได้รับการออกแบบจากทีมนักออกแบบสนามกีฬาที่มีชื่อเสียง  เป็นสนามกีฬาขนาดความจุ 90,000 ที่นั่ง ทางการจีนทุ่มงบประมาณกว่า 428 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตให้สนามกีฬามีความน่าทึ่งและน่าจดจำด้วยการออกแบบที่มีแนวคิดมาจากถ้วยเซรามิกจีนโครงสร้างเหล็กที่ถูกทำให้โค้งพาดกันไปมาเพื่อซ่อนการพับหลังคาเก็บ จนมองดูเหมือนรังนกขนาดใหญ่

นอกจากนั้นรูปลักษณ์ที่จะมองเห็นอย่างชัดเจนนั้นก็คือทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของสนามจะสูงกว่าทางด้านเหนือและด้านใต้ของอัฒจันทร์เพื่อให้ผู้ชมเห็นชัดมากขึ้น ที่นั่งที่ไกลที่สุดจากกึ่งกลางของสนามคือ 140 เมตร จากกึ่งกลางสนาม ระบบไหลเวียนอากาศสามารถถ่ายเทได้ดี

สนามกีฬาแห่งชาติ ศูนย์รวมกีฬาและความบันเทิงประจำปักกิ่ง

เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับหน้าที่ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันมหกรรมโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008  สนามกีฬารังนกก็ถูกใช้งานตลอดการจัดงาน และยังได้ใช้สนามกีฬารังนกในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกในปี ค.ศ.2551 และยังมีแผนการที่จะใช้สนามรังนกอีกครั้งในการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาวและพาราลิมปิก ในปี 2022

นอกจากจุดประสงค์หลักที่สร้างสนามแห่งนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามแข่งขันหลักของกีฬาโอลิมปิก ยังมีการวางแผนที่จะสร้างศูนย์การค้า รวมถึงโรงแรมเพื่อช่วยดึงดูดให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สนามกีฬาแห่งนี้กันเพิ่มมากขึ้น จนมีคำกล่าวที่ว่า “สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งจะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญที่สุดในปักกิ่ง”

สนามกีฬาแห่งนี้นอกจากจะใช้จัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแล้ว ยังมีการใช้เพื่อการแข่งขันรายการกีฬาอีกหลายประเภท ตัวอย่างเช่น

– การแข่งขัน Race of Champions motor racing carnival ในปี 2014 และปี 2015

– การแข่งขันชิงแชมป์กรีฑาโลก ในพ.ศ. 2015

– สนามกีฬาได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน League of Legends World Championship 2017 รอบชิงชนะเลิศ

เมื่อพูดถึงความบันเทิงสนามกีฬารังนกก็ถูกใช้เป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งศิลปินคนแรกที่เข้ามาใช้สนามกีฬาในการคอนเสิร์ตก็คือ เฉินหลง หรือ Jackie Chan หลังจากนั้นก็มีศิลปินมากมายที่เข้ามาเปิดคอนเสิร์ตในสนามกีฬารังนก ไม่ว่าจะเป็น Leehom Wang ศิลปินชาวอเมริกัน เชื้อสายจีน, วง Mayday ซึ่งเป็นวงดนตรีชาวไต้หวันที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีศิลปินเกาหลีใต้มากมายที่เข้ามาใช้ภายในของสนามกีฬารังนก ทั้งการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว และคอนเสิร์ตรวมศิลปิน เช่น EXO, BoA, Super Junior หรือ Girls ‘Generation  เป็นต้น

หากมีสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณได้ไปเยือนประเทศจีน คุณก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเห็นสนามกีฬารังนกแห่งนี้ด้วยตาตัวเอง ไม่แน่ว่าสนามกีฬาที่ใช้งบประมาณการสร้างมหาศาลแห่งนี้ อาจกลายเป็นสนามกีฬาที่คุณประทับใจก็เป็นได้

เครดิตภาพ : https://www.pinterest.com/pin/45739752441207056/

Major League Baseball ความใฝ่ฝันของนักเบสบอลที่ไม่มีแค่ในการ์ตูน

ย้อนไปเมื่อวัยเด็กเมื่อเราได้ดูการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กนักเรียน จะต้องมีบ้างที่มักพูดถึงกีฬาในคาบเรียนวิชาพละ ที่เป็นกีฬาเบสบอล ทำให้บางครั้งก็อาจคิดไปเองว่ากีฬาเบสบอลเป็นกีฬาประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น แต่ในความจริงกีฬาเบสบอลมีต้นกำเนิดมาจากเมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันยังมีลีกเบสบอลมืออาชีพ ที่เรียกว่า เมเจอร์ลีกเบสบอล  (Major League Baseball) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า MLB ซึ่งนับว่าเป็นลีกที่กีฬาอาชีพเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีทั้งหมด 30 ทีมที่รวมกันอยู่ในเมเจอร์ลีกเบสบอลแห่งนี้ แบ่งเป็น 15 ทีมจาก Nation League และอีก 15 ทีม American League

เปิดราคาตั๋วเข้าชม ตั้งแต่แพงที่สุดจนถึงถูกที่สุดใน Major League Baseball

ค่าตีตั๋วเข้าชมการแข่งขันในแต่ละครั้งจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับที่ตั้งของสนาม รวมถึงทำเลที่นั่งที่คุณเลือก หากคุณต้องการที่นั่งที่ดีที่สุด ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่ต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเพื่อให้ได้นั่งในที่ที่คุณจะลุ้นเกมส์ได้ชัดที่สุด

นอกจากนี้ราคาตั๋วจะแพงขึ้นหรือถูกลงก็ขึ้นอยู่กับฤดูการการแข่งขันอีกด้วย ตัวอย่างราคาตั๋วในฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา เมื่อนำมาเฉลี่ยราคาค่าตั๋วของทั้ง 30 ทีม จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฤดูกาลเก่า ๆ เช่น เพิ่มขึ้น 55.10 % จากช่วงฤดูกาล 2011 ราคาตั๋วจะอยู่ที่ $ 49.00 และเพิ่มขึ้น 8.57 %  เนื่องจากค่าตั๋วเฉลี่ยอยู่ที่ $ 70.00 ต่อตั๋วหนึ่งใบ ในฤดูกาล 2016

3 ทีมใน Major League Baseball ที่ราคาตั๋วแพงที่สุด

                – ทีมชิคาโก คับส์ (Chicago Cubs) เป็นทีมแชมป์โลกที่มีราคาตั๋วแพงที่สุดในตลาด ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $ 119.00 เพิ่มขึ้นจากฤดูกาล 2011 ถึง 98.33 %

                – ทีมนิวยอร์กแยงกี้ (New York Yankees) ทีมที่มีราคาตั๋วแพงเป็นอันดับสอง สถิติราคาเมื่อได้เป็นทีมเหย้าที่สนามแยงกี้เฉลี่ยอยู่ที่ $ 115.00 ต่อตั๋ว เพิ่มขึ้น 61.97% จากฤดูกาล 2011

                – แอตแลนต้า เบรฟ (Atlanta Braves) ทีมที่มีราคาตั๋วแพลงลำดับที่สาม เป็นเกมการแข่งขันที่ Sun Trust Park ในแอตแลนต้า ราคาตั๋วเฉลี่ยอยู่ที่ $ 101.00 ต่อตั๋ว เพิ่มขึ้นถึง 110.41 % ตั้งแต่ฤดูกาล 2011

2 ทีมใน Major League Baseball ที่ราคาตั๋วถูกที่สุด

                – ไมอะมี่ มาร์ลิน (Miami Marlins) เป็นการแข่งขันที่มาร์ลิน พาร์ค บ้านเกิดของทีมที่มีราคาตั๋วต่ำที่สุดในตลาด คือ  $ 55.00 ต่อตั๋ว แต่ก็นับว่าเพิ่มขึ้นจากฤดูกาล 2011 อยู่ 77.41 %

                – มินนิโซต้า ทวิน (Minnesota Twins) แข่งขันที่สนามมินนิอาโปลิส ราคาเฉลี่ยของตั๋วเข้าชมมีราคาเพียง $ 50.00 ต่อตั๋ว ในฤดูกาลปี 2018 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากฤดูกาล 2011 เพียง 6.38% เท่านั้น

ในเมื่อคุณได้รู้ถึงราคาเฉลี่ยของตั๋วคร่าว ๆ ทั้งแพงระดับท็อปจนถึงถูกแบบจับต้องได้แล้ว ถ้าอยากลองทำตามความฝันว่าสักครั้งอยากไปนั่งดูการแข่งขันเบสบอลอาชีพสักครั้งในชีวิต คุณสามารถเข้าเช็คราคาตั๋วได้ด้วยตัวเองก่อนล่วงหน้าจากเว็บไซต์ออนไลน์ที่คอยอัพเดทราคาตั๋ว รวมถึงเสนอรูปแบบการจองตั๋วที่เป็นแพ็คเกจทัวร์ให้คุณได้รับความสะดวกสบายอีกด้วย

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/fr/photos/rangers-ballpark-baseball-1402096/

พาชมสนามแข่งเบสบอลในเมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB)

เมื่อคนเราชอบและหลงใหลในการดูกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งแล้ว นอกจากผลการแข่งขันของบรรดาผู้เล่นที่เป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผู้ชมแล้ว การได้เห็นผู้แข่งขันอยู่ในสนามกีฬาที่สร้างมุมมองที่ดีในขณะที่เกมดำเนินไปก็คือความจรรโลงใจของผู้ชมอยู่ไม่น้อย อย่างเช่น การแข่งขันกีฬาเบสบอลที่ในการแข่งขันแต่ละครั้งจะมีผู้เข้าชมในสนามนับหมื่น ๆ คน ถ้าหากได้เข้าชมในสนามที่ดี ก็จะสร้างความประทับใจในการแข่งขันอยู่ไม่น้อย

สำหรับการแข่งขันเบสบอลในเมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB) ที่มีทีมร่วมอยู่ทั้งสิ้น 30 ทีมทั้งจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทุกทีมล้วนมีสนามที่ใช้เป็นที่ฝึกซ้อมและแข่งขันประจำทีมแตกต่างกันไปว่า 30 แบบ ซึ่งแต่ละสนามก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ประจำถิ่นของตัวเอง จึงทำให้แต่ละที่นั้นก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกันไปอีกด้วย ในวันนี้จึงอยากแนะนำสนามกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดของทีมในเมเจอร์ลีกเบสบอลที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาให้คุณได้รู้จัก เผื่อว่าวันข้างหน้าคุณอยากไปเยือนด้วยตัวเองดูสักครั้ง

5 สนามแข่งเบสบอลที่สวยที่สุดในสหรัฐอเมริกา

                – PNC Park – Pittsburgh Pirates ได้ชื่อว่าเป็นสนามเบสบอลที่สวยที่สุดในประเทศ PNC Park เป็นมุมมองที่ดีที่สุดของผู้ชมมากกว่า 38,000 คน ผู้ชมจะมองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมืองพิตต์สเบิร์ก ไปจนถึงสะพาน Roberto Clemente เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2001 สนามแห่งนี้เป็นสนามแห่งแรกที่มีพื้นที่น้องกว่าสามชั้น ทำให้เหล่าแฟนเบสบอลได้เข้าใกล้กับเกมการแข่งขันอย่างใกล้ชิด

                – SunTrust Park – Atlanta Braves เป็นสนามแห่งใหม่ของทีม Atlanta Braves ที่มีความสวยงาม ใน SunTrust Park มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่คอยให้บริการแฟน ๆ ของทีม รวมทั้งมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Battery มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร คลับ บาร์ หรือแม้กระทั่งโรงภาพยนตร์ สนามนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อกีฬาเบสบอล

                – AT&T Park – San Francisco Giants มีสัญลักษณ์ที่เป็นขวดโค้กขนาดใหญ่ มีถุงมือเบสบอล และวิวสวยงามของอ่าวซานฟรานซิสโก มากไปกว่านั้นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างคือการได้เห็นผู้คนพายเรือแคนูและเรือคายัคอยู่ใน Mc Covey Cove หรือไม่ก็พยายามไล่จับลูกบอลที่กลิ้งไปมา AT&T Park เป็นสนามเบสบอลแห่งเดียวที่สามารถเดินทางมาโดยทางเรือและมีอัฒจันทร์เพียงชั้นเดียว ทำให้แฟน ๆ คอเบสบอลได้รู้สึกใกล้ชิดผู้แข่งขันมากขึ้น

                – Petco Park – San Diego Padres สนามเบสบอลที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองซานดิเอโก ผู้มาเยือนจะได้มองเห็นทิวทัศน์ที่สมบูรณ์ที่สุดของเมือง โดยมีอาคารสูงและตึกระฟ้าตั้งตระหง่านเหนือสนามเบสบอล ประกอบกับอากาศที่เย็นสบายในซาดิเอโกทำให้ผู้ชมต่างประทับใจเมื่อได้มาเยือน นอกจากนั้น Petco Park ยังมีโรงเบียร์หลายแห่งที่พร้อมให้บริการเบียร์และอาหารหลากหลายประเภทอีกด้วย

                – Wrigley Field – Chicago Cubs สนามเบสบอลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นสนามเบสบอลที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสอง และเป็นหนึ่งสนามเบสบอลที่สวยที่สุดในประเทศ Wrigley Field เปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ.1914 และยังคงสภาพเดิมในมีลักษณะคล้ายโรงเรียนเก่าที่มีไม้เลื้อยตามผนังด้านนอก เสน่ห์อีกอย่างก็คือแฟน ๆ สามารถดูเกมการแข่งขันจากหลังคาอพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆ ได้อีกด้วย

คุณจะเห็นว่าสนามแข่งเบสบอลที่สวยที่สุดแต่ละสนามนั้น มีจุดเด่นของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือความชื่นชอบในกีฬาเบสบอลของแฟน ๆ ที่ยังคงมีมากว่าร้อยปี จึงยังทำให้กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/fr/photos/pnc-park-pittsburgh-pennsylvanie-1587285/

เสนายัน นรกทีมเยือน สวรรค์นักท่องเที่ยว

สนามเกอโลราบุงการ์โน (Stadion Utama Gelora Bung Karno) หรือที่เรียกติดปากคนไทยว่าสนามเสนายัน เป็นสนามที่แฟนบอลไทยยุคหนึ่งจำได้ดีว่าเป็นสนามที่น่าขนลุกสนามหนึ่งสำหรับทีมชาติไทย นั่งเพราะความใหญ่โตขนาดความจุแฟนบอลได้มากกว่า 100,000 คน และด้วยวัฒนธรรมการเชียร์แบบสุดลิ่มทิ่มประตูของแฟนบอลอินโดนีเซีย ก็ทำเอานักฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคนั้นที่ไปเยือนต่างยอมรับกันว่ามีขาสั่นเหมือนกัน แม้ว่าในปี 2018 จะมีการปรับปรุงสนามใส่เก้าอี้ทุกที่นั่งทำให้จำนวนที่นั่งลดลง แต่ก็ยังมากกว่า 70,000 ที่นั่งอยู่ดี ไม่ว่าใครมาเยือนก็ใช่ว่าจะรอดกลับไปได้ง่าย ๆ

แต่ถ้าไม่ได้มาไฟว้กับเจ้าถิ่น สนามแห่งนี้ก็เป็นสวรรค์ของคนชื่นชอบกีฬาได้เหมือนกัน

                ที่ตั้งของสนามเกอโลราบุงการ์โน ตั่งอยู่ในกลางเมืองจาการ์ต้าร์ และเป็นสปอร์ตคอมเพล็กขนาดใหญ่ เนื้อที่ถึง 279 เอเคอร์ ซึ่งรวมไว้ทั้งสนามกีฬาหลักและกีฬาอื่น ๆ เช่น สนามบาสเก็ตบอล สนามเทนนิส หรือว่ายน้ำ มีศูนย์ฝึกฟุตบอล ศูนย์ราชการและศูนย์ประชุม เรียกว่าครบครันและใหญ่ที่สุดในอาเซียน เกอโลราบุงการ์โนสปอร์ตคอมเพล็กจึงเป็นสถานที่หลักสำหรับการจัดการแข่งขัน และการประชุมใหญ่ ๆ ของประเทศ และในอีกมุมหนึ่งก็เป็นสวนสาธารณะ ลานออกกำลัง ของประชาชนนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยทำงานในจากาตาร์ด้วยเช่นกัน เราจะเห็นผู้คนมาปิกนิก ปั่นจักรยาน เล่นกีฬาต่าง ๆ ทุกเย็นและสุดสัปดาห์ มีแม้กระทั่งโยคะและเต้น Sumba ด้วยนะ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับสนามศุภ ฯ หรือสนามราชมัง ฯ ของไทยเรานั่นเอง

                ด้วยความเป็นหน้าเป็นตาของกรุงจากาต้าร์ เกอโลราบุงการ์โน จึงรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางทั้งสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถประจำทาง แต่จากการเข้าพื้นที่จริงของ VWIN แนะนำว่าควรใช้รถไฟใต้ดิน เพราะกรุงจากาต้าร์ก็ขึ้นชื่อเรื่องการจราจรไม่ต่างกับกรุงเทพมหานครเลย นอกจากการมาใช้บริการสปอร์ตคอมเพล็กแล้ว รอบ ๆ พื้นที่ยังอยู่ใกล้โรงแรม ร้านอาหาร และช้อปปิ้งมอลขนาดใหญ่ถึงสามแห่ง และเดินได้ในระยะทางไม่ถึงหนึ่งกิโล

หรือถ้าใครอยากจะเข้าถึงประชาชนชาวจากาต้าร์จริง ๆ ล่ะก็ สตรีทฟู้ดของที่นี่ก็มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่ากรุงเทพเลย เราสามารถเดินชิมได้ตามถนนตรอกซอกซอยในจากาต้าร์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนร้านอร่อยมีร้านไหนบ้างนั้นอาจจะต้องสอบถามคนในพื้นพี่ดู

                แม้ว่าจากาต้าร์จะไม่ใช่จุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวเมื่อพูดถึงอินโดนีเซีย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ที่อยากไปสัมผัสคนประเทศนั้น ๆ จะไปทำธุรกิจ หรือไปเชียร์กีฬา หากต้องอยู่หลายวัน เป็นสัปดาห์ สนามเกอโลราบุงการ์โนก็เป็นสถานที่น่าสนใจแห่งหนึ่งที่น่าจะเยือนสักครั้ง อย่างน้อย ๆ การได้ไปดูสนามกีฬาใหญ่ยักษ์ติดอันดับโลกที่มีประวัติยาวนานแบบที่บ้านเราไม่มี มันก็ทำให้หัวใจพองโตได้เหมือนกัน แต่สำหรับแฟนบอลคนหนึ่งบอกตรง ๆ เลยว่าอิจฉา

ทัวร์ดูบอลดีอย่างไร เหตุใดแฟนบอลถึงควรใช้บริการ

สำหรับแฟนฟุตบอลนอกจากความใฝ่ฝันจะได้เห็นทีมรักประสบความสำเร็จแล้ว การได้ไปเยือนถึงสนามเหย้าชมเกมการแข่งขันของทีมโปรดก็เป็นอีกหนึ่งความฝันอันสูงสุดเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าด้วยค่าครองชีพความต่างของสกุลเงินและปัญหาต่าง ๆ นานาทำให้โอกาสที่ชาวไทยอย่างเราจะพาตัวเองไปเชียร์บอลถึงต่างประเทศค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่อย่าเพิ่งท้อใจไปเพราะใช่ว่าฝันนั้นจะเป็นความจริงไปไม่ได้ ปัจจุบันนี้โอกาสต่าง ๆ ของคนไทยเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการมีทัวร์สำหรับแฟนบอลเกิดขึ้นมากมาย และการซื้อทัวร์ดูบอลก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่เข้าทีกว่าด้วยข้อดีต่าง ๆ ที่เราสรุปมาดังต่อไปนี้

ประหยัดเงิน ฟุตบอลคู่สำคัญทุกวันนี้ค่าตั๋วเข้าชมค่อนข้างแพงเลยทีเดียว เมื่อต้องบวกค่าเดินทาง ค่าที่พัก รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เข้าไปด้วย มีสิทธิ์ทะลุไปหลายแสนบาท แต่หากใช้บริการของทัวร์ดูบอลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มากเพราะบริษัทนำเที่ยวจะได้ส่วนลดพิเศษในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทต่าง ๆ รวมทั้งสโมสรฟุตบอล พวกเขาจึงสามารถให้บริการแก่ลูกค้าในราคาที่ถูกกว่าเดินทางไปดูเองเกือบครึ่งเลยทีเดียว

ระบบผ่อนจ่าย หนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้ฝันของแฟนบอลเป็นจริง นั่นคือการซื้อทัวร์ระบบผ่อนจ่ายนั่นเอง การซื้อทัวร์แบบผ่อนจ่ายมีข้อดีตรงที่แฟนบอลไม่ต้องรอเก็บเงินให้ครบ เพราะบางทีการเก็บเงินอาจช้าเกินไปทำให้แฟนบอลพลาดเกมสำคัญของทีม แถมการซื้อทัวร์ยังค่อนข้างสบายใจกว่า เพราะสามารถใช้จ่ายพ็อกเก็ตมันนี่ที่มีโดยไม่ต้องเป็นกังวลจนทำให้การเที่ยวหมดสนุกนั่นเอง

โปรโมชั่น บริษัทนำเที่ยวชมฟุตบอลมีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา ดูฟุตบอลบิ๊กแมตซ์สองคู่ในราคาถูกกว่า หรือแม้แต่การซื้อทัวร์แยกที่สามารถเลือกเกมที่ต้องการไปเชียร์ได้ด้วยตัวเองแถมได้ไปชมเกมฟุตบอลแบบส่วนตัวไม่ต้องไปร่วมเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์อย่างนี้เป็นต้น

การดูแล อีกหนึ่งข้อดีที่สุดของการซื้อทัวร์ก็คือการได้รับความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ แฟนบอลอาจมีปัญหาในด้านการสื่อสารภาษา อาจเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง หรือแม้กระทั่งเรื่องยุ่ง ๆ ด้านวัฒนธรรมและกฏหมาย เรื่องเหล่านี้หากแฟนบอลเดินทางไปชมฟุตบอลในต่างประเทศด้วยตัวเองอาจจะหาที่พึ่งไม่ได้เว้นเสียแต่จะมีเพื่อน คนรู้จัก หรือญาติมิตรอยู่ในต่างประเทศเท่านั้น

การท่องเที่ยว นอกจากแฟนบอลจะบรรลุจุดมุ่งหมายได้ไปเชียร์ทีมโปรดสมใจแล้วเวลาที่เหลือบริษัททัวร์ยังมีโปรแกรมพาเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ อันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง รวมทั้งจับจ่ายซื้อสินค้าและชิมอาหารขึ้นชื่อในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย ดังนั้นการซื้อทัวร์ดูบอลจึงไม่ใช่แค่การไปชมฟุตบอลเท่านั้นแต่ยังเป็นทริปที่แฟนบอลได้ท่องเที่ยวเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในชีวิตอีกด้วย

สำหรับแฟนฟุตบอลที่มีความใฝ่ฝันอยากสัมผัสบรรยากาศในสนามของทีมรักสักครั้ง อยากไปร้องเพลงเชียร์ให้สุดเสียง นี่คืออีกหนึ่งช่องทางที่เราแนะนำ ส่วนจะมีบริษัทนำเที่ยวเจ้าไหนน่าสนใจ มีราคาที่เหมาะสม หรือการบริการดีเลิศอย่างไร เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงหาข้อมูลได้ไม่ยากและไม่แน่เราอาจหยิบยกมานำเสนอในโอกาสต่อไปก็เป็นได้