โคลอสเซียม (Colosseum) สนามกีฬาแห่งจักรวรรดิโรมัน หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่ต้องไปเยือน

ถ้าหากให้นึกถึงสนามกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดของโลกแน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของสนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) ติดอยู่ในรายชื่อเหล่านั้นอย่างแน่นอน สนามกีฬาสุดเก่าแก่แต่ยังคงเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี จะต้องไปสัมผัสกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์นี้ด้วยตาของตัวเองสักครั้งหนึ่ง

น่าทึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลก

โคลอสเซียม  (Colosseum) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลก ที่มีความเก่าแก่กว่า 1,900 ปี ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 1 สมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน ใช้เวลาสร้างรวม 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งตรงกับสมัยของจักรพรรดิไททัส โคลอสเซียมเป็นสนามกีฬากลางแจ้งของมหึมา ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม สร้างขึ้นจากหินทราเวอร์ทีน (Tarvertine), หินทัฟฟ์ (Tuff) และหินคอนกรีตที่ก่อด้วยอิฐ ท่ามกลางความไร้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างโคลอสเซียมนั้นคือความมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์และสามารถต้อนรับผู้ชมได้กว่า 50,000 ชีวิต

ความยิ่งใหญ่ของโคลอสเซียมที่คุณอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง นั่นก็คือการถูกใช้เป็นสนามแข่งขันสำหรับเกลดิเอเตอร์เพื่อใช้ต่อสู้เยี่ยงนักรบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของคนด้วยกันเองอย่างพวกทาสที่ต้องการอิสรภาพ หรือคนทั่วไปที่แสวงหาเงินรางวัล ไปจนถึงทหารยอดฝีมือที่อยากประลองกำลัง รวมไปถึงการต่อสู้เอาชีวิตรอดจากสัตว์เดรัจฉานที่ขึ้นชื่อว่าแสนดุร้าย เช่น เสือ สิงโต วัวกระทิง หมียักษ์ ซึ่งผู้ที่คลั่งไคล้การต่อสู้ และกลิ่นคาวเลือดก็มักจะนิยมเข้ามาชมการต่อสู้และวางเดิมพันกันอย่างสนุกสนานในสนามกีฬาแห่งนี้

จากสังเวียนต่อสู้ สู่โบสถ์แห่งคริสตจักร จนกลายมาเป็นสถาปัตยกรรมโรมันอันลือชื่อ

โคลอสเซียมประสบปัญหาบ่อยครั้งจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลายครั้งจนสร้างความเสียหายอย่างมาก รวมทั้งกรุงโรงถูกรุกรานจนตกอยู่ในภาวะสงครามก็ทำให้โคลอสเซียมถูกทำลายไปด้วย จนกระทั่งหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของอิตาลี ช่วง ค.ศ. 590 – 604 โป๊ปเกรกอเรียส แมกนุส องค์ประมุขคริสตจักรคาทอลิก ได้เป็นผู้นำในการบูรณะโคลอสเซียม พระองค์ทรงมีดำริให้เปลี่ยนสังเวียนการต่อสู้นี้ ให้กลายเป็นโบสถ์แห่งคริสตจักรคาทอลิก จนถึงยุคของกษัตริย์นโปเลียน โคลอสเซียมก็ได้รับการบูรณะเรื่อยมา

จนถึงยุคสมัยปัจจุบันโคลอสเซียมได้รับการซ่อมแซมบูรณะครั้งใหญ่จากการสนับสนุนงบประมาณของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.2003 ซึ่งในปัจจุบันอดีตสังเวียนเลือดแห่งนี้ก็กลายเป็นสถาปัตยกรรมโรมันที่โด่งดัง นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้น ๆ ของกรุงโรม ที่ในแต่ละปีมีผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคนต่อปี

เป็นที่น่าเสียดายที่ในปี 2020 นี้ อิตาลีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 จนทางภาครัฐต้องดำเนินมาตรการ “ปิดเมือง”  ทำให้กรุงโรมตกอยู่ในสภาพเมืองที่ไร้นักท่องเที่ยว โคลอสเซียมที่เคยรองรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศก็เงียบเหงาในรอบหลายร้อยปี รออีกไม่นานเมื่อการแพร่ระบาดของโรคร้ายนี้สงบลง เชื่อเหลือเกินว่าผู้คนมากมายก็ยังคงหลั่งไหลกลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกรุงโรม และไม่ลืมที่จะไปเยือนสถาปัตยกรรมโบราณที่ชื่อว่าโคลอสเซียมนี้อย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/photos/rome-colosseum-italy-antique-arena-601950/

5 คาเฟ่สัตว์เลี้ยงใจกลางเมือง ที่คนรักสัตว์ชาวกรุงต้องห้ามพลาด

ร้านนั่งเล่นแบบเดิม ๆ น่าเบื่อ ๆ อาจจะดูธรรมดาไป เมื่อเทียบกับร้านนั่งเล่นยุคใหม่ ที่ใสโน้น เติมนี่ ผสมนั่น จนทำให้ร้านมีความโดดเด่น ไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญ ยังเรียกลูกค้าให้เข้าร้านได้มากขึ้นอีกด้วย

และในยุคนี้ !! อะไรก็คงไม่ฮอตฮิตไปกว่าคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นร้านนั่งเล่นสุดน่ารัก และจะยิ่งน่ารักไปกว่าเดิมเมื่อมีเจ้าขนปุยตัวน้อย เดินเพ่นพ้านอยู่เต็มร้าน วันนี้ eastravelnow ก็มีคาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ ที่เหล่าคนรักสัตว์ต้องห้ามพลาด มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคน

1.Gog In Town Cafe @เอกมัย ซอย 6

คาเฟ่น้องหมาสุดชิค ที่ชื่อของน้องหมาแต่ละตัวนี่เรียกได้ว่าเก๋ไก๋สุด ๆ เพราะตั้งชื่อตามสถานีรถไฟฟ้า และหากเพื่อน ๆ ที่มาเยี่ยมเยือนที่นี่ก็จะได้สัมผัสกับน้องหมาสุดน่ารักหลากหลายสายพันธุ์ที่พร้อมจะยิ้มแฉ่งต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร ที่นี่มีขนมและเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ และใครอยากพาสัตว์เลี้ยงของตัวเองมาที่นี่ ทางร้านก็ไม่ห้ามค่ะ แถมยังมีบริการสปาหมา อาบน้ำ ตัดขน ที่นี่มีบริการให้อย่างครบวงจร

2.HoPs Dog Cafe : The House of Paws Dog Cafe @สยามสแควร์ ซอย 5

เตรียมตัวพบกับเหล่าน้องหมาแสนซนได้ที่ร้านคาเฟ่หมาใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง HoPs Dog Cafe ซึ่งตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ซอย 5 เพียงแค่ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม แล้วเดินเข้ามาบริเวณสยามสแควร์ซอย 5 ก็จะเจอกับร้านอาหารที่มีน้องหมามานั่งเล่นเป็นเพื่อน ใครที่รักหมา อย่าลืมแวะมานะคะ

3.Makura Cat Cafe @ซ.ศรีนครินทร์ 51 ข้างห้างซีคอนฯ

ข้ามมาที่ฝั่งคาเฟ่น้องแมวกันบ้างค่ะ กับคาเฟ่สุดคิวท์สไตล์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ ซ.ศรีนครินทร์ 51 ใครที่มาที่นี่จะได้เห็นน้องแมวสุดน่ารักหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังไม่ดุ และเป็นมิตรกับคนมาก ๆ ที่นี่มีอาหารหลากหลายเมนูให้เลือก อีกทั้งยังแบ่งรายได้ไปบริจากเพื่อช่วยเหลือน้องแมวไร้บ้านด้วยนะคะ

4.Cat Up Cafe @The Up พระราม 3 

คาเฟ่แมวสุดโอ่โถงกว้างขวางย่านสาทร เดินทางสะดวก เพียงแค่ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี จากนั้นต่อรถด่วน BRT มาลงสถานีถนนจันทน์ เดินมาที่ศูนย์การค้า The Up พระราม 3 คุณก็จะได้พบกับร้านคาเฟ่แมวสุดน่ารักแห่งนี้ ที่นี่เป็นแหล่งรวมน้องแมวพันธุ์หายากที่บอกได้เลยว่าเหล่าทาสแมวต้องห้ามพลาด

5.Little Zoo Cafe @JJ Plaza 171, Zone D

ร้านสุดชิคที่รวบรวมเหล่าสัตว์หายากมาไว้ในร้านกาแฟแห่งนี้ ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงแปลก ๆ หลากหลายสายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลกรอเราอยู่ที่นี่ รับรองว่าทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ สัตว์เหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างถูกกฏหมาย แต่ที่นี่จะไม่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการเหมือนคาเฟ่สัตว์ทั่วไป แต่รับรองได้เลยว่าถูกใจคนรักสัตว์แน่นอน

เชื่อว่า 5 สถานที่เหล่านี้คงเป็นสวรรค์ของคนรักสัตว์อย่างแท้จริง ใครว่าง ๆ ก็ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนจะน่ารักนี้ดูนะคะ รับรองว่าถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนค่ะ

 

bk.asia-city

 

5 เกาะสวยน้ำใส… อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่ไกลก็เที่ยวได้

เหนื่อยจากงานมาเราก็ต้องการการพักผ่อนอย่างสบายใจ แต่ร่างกายเจ้ากรรมก็ดันต้องการทะเลซะงั้น !! ทีนี้จะทำอย่างไรดี… คำตอบง่าย ๆ ค่ะ ก็แค่หาทะเลสวย ๆ น้ำ ใส ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ยังไงล่ะ

และโชคดีที่ทะเลสวย ๆ ในประเทศไทยมีเยอะแยะมากมายให้เลือกไป อีกทั้งยังมีที่ใกล้กรุงเทพฯ แบบว่าเดินทางไม่นานก็ได้สัมผัสบรรยากาศท้องทะเลสวยใสได้ไม่ยาก วันนี้ eastravelnow ได้รวบรวมแหล่งทะเลสวย ๆ 5 แห่ง ใกล้กรุงเทพฯ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบเดินทางนาน ๆ มาฝากค่ะ

1. เกาะล้าน พัทยา

เกาะที่เดินทางง่ายและสะดวกที่สุด แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น วิธีการเดินทางง่าย ๆ เพียงแค่นั่งรถตู้มาลงที่ท่าเรือแหลมบารีฮายจากนั้นต่อเรือก็ไปถึงเกาะล้านได้อย่างง่ายดาย เกาะล้านถือเป็นเกาะยอดฮิตที่เป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเพราะเดินทางสะดวก มีหาดทรายและน้ำทะเลที่สวยงาม

2. เกาะเสม็ด ระยอง

อีกหนึ่งเกาะยอดฮิตที่มีน้ำทะเลสีใส หาดทรายสีขาวราวกับสวงสวรรค์ แถมยังเดินทางได้ง่ายด้วยรถตู้และต่อเรือมาที่เกาะ ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เราก็จะได้พบกับความสวยงามและความใสของน้ำทะเลซึ่งเป็นเกาะที่เล่าขานว่าเป็นเกาะแก้วพิสดารในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี

3. เกาะมันนอก ระยอง

เกาะมันนอกมีหาดทรายละเอียดขาวเหมือนในฝั่งอันดามัน เกาะสวยสงบฝั่งทะเลตะวันออก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของคนรักสีฟ้าที่ต้องหาโอกาสมาสัมผัสความงามให้ได้ซักครั้ง ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ การเดินทางมาที่นี่ ต้องซื้อแพคเกจจากทางรีสอร์ทเท่านั้น และจะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ซื้อแพคเกจขึ้นไปเที่ยวชม

4. เกาะสีชัง ชลบุรี

เกาะสีชังขึ้นชื่อว่าเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เดินทางง่ายอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เหล่าคู่รักนิยมมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันที่นี่อีกด้วย

5. เกาะขาม สัตหีบ

เกาะขามเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น อีกทั้งยังมีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเยี่ยมชมเกาะ แต่เกาะแห่งนี้เป็นเกาะสวยใสยอดฮิต ที่กำลังมาแรงสุด ๆ มีหาดทรายขาวละเอียดดุจแป้ง น้ำทะเลสีฟ้าใส ต้องเรียกว่าความสวยงามระดับทะเลใต้เลยทีเดียว

ทีนี้ก็หมดข้ออ้างที่จะพาตัวเองไปเที่ยวแล้วนะคะ เพราะเราเสิร์ฟสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ใกล้กรุงเทพฯ แถมเดินทางได้ง่ายขนาดนี้ เตรียมตัวแพ็คกระเป๋ากันได้เลยค่ะ

 

bangkok

5 จังหวัดแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย ที่ฝรั่งการันตีว่าห้ามพลาด !

เมืองไทย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเมืองใหม่สไตล์โมเดิร์น และอารยธรรมโบราณจากประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่าเขา ชายหาด และน้ำทะเลที่สวยติดอันดับโลก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศไทยถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่านักเดินทาง

และด้วยการที่เมืองไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ บ้านเรือน ตึกสวย ๆ หรือย่านเมืองต่าง ๆ แต่ก็ยังมี 5 สถานที่ ที่เหล่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และได้รับการการันตีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วว่า หากมาที่เมืองไทย ต้องไม่พลาดสถานที่เหล่านี้ เรามาดูกันดีกว่า ว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น มีอะไรบ้าง

1. กรุงเทพมหานคร

เมืองหลวงที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในที่แห่งนี้ สัมผัสชีวิตคนเมืองสุดโมเดิร์นทันสมัยอย่างย่านสุขุมวิท สาทร อีกทั้งยังได้สัมผัสกับชีวิตคนเมืองเก่าตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาและวัดวาอารามที่สวยงามอิงตามประวัติศาสตร์ ทั้งวัดพระแก้ว วัดภูเขาทอง และบรรยากาศสุดแสนจะวินเทจอย่างย่านบางลำภู ถนนพระอาทิตย์ ไล่มาจนถึงปากคลองตลาด ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้อย่างลงตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเรียกได้ว่ามากรุงเทพฯ แล้ว จะได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ

2. เชียงใหม่

สัมผัสบรรยากาศของเมืองเหนือสุดน่ารัก และวัดวาอารามที่สวยงามตราตรึงใจอย่างวัดพระธาตุดอบสุเทพ พร้อมทั้งท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติอย่างดอยต่าง ๆ ตลาดบรรยากาศสุดเก๋และผู้คนที่เป็นมิตรและมีความน่ารัก นอกจากนี้หากได้มาเยือนที่แห่งนี้ เพื่อน ๆ จะได้ยินสำเนียงภาษาที่ไพเราะมาก ๆ อีกด้วย

3. สุโขทัย

 

 

 

 

 

 

 

สุดยอดเมืองเก่าเล่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่เคยรุ่งเรืองมากในช่วง 800 ปีก่อน จังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเคยมีประวัติความรุ่งเรืองและเกี่ยวพันกับเมืองใหญ่ทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ การได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่ ทำให้คุณได้เรียนรู้ประวัตอศาสตร์ไปพร้อม ๆ กับการสัมผัสเมืองโบราณที่สวยงาม

4. ภูเก็ต

จังหวัดทางภาคใต้ที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากทรายสีขาวสวยงาม และน้ำทะเลใสราวกับคริสตัล พร้อมกิจกรรมที่เหล่านักผจญภัยต้องไม่พลาดที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือ หรือแม้แต่ลงเล่นน้ำทะเลใส ๆ ขึ้นชื่อว่าติดอันดับทะเลที่สวยที่สุดแล้ว ภูเก็ตจะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวังอย่างแน่นอน

5. กระบี่

อีกหนึ่งจังหวัดที่มีหาดทรายขาวเนียนละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าสดใสไม่แพ้ภูเก็ต นั่นก็คือกระบี่นั่นเอง กระบี่มีหาดที่มีชื่อเสียงอย่างอ่าวนาง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม และนอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยรอให้นักท่องเที่ยวไปสำรวจมากถึง 130 เกาะ ใครชื่นชอบการเที่ยวเกาะ ต้องห้ามพลาด

แล้วเพื่อน ๆ ได้ไปเยี่ยมเยือนที่ไหนกันมาบ้างแล้วคะ นอกจาก 5 จังหวัดเหล่านี้ เราเชื่อว่าประเทศไทยก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าค้นหาอีกมากมายที่รอเพื่อน ๆ ไปพิสูจน์กันอยู่

 

davidsbeenhere

3 กิจกรรมน่าทำ ที่เหล่านักท่องเที่ยวชาวไทยกลับมองข้าม

ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนัก จึงทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่น และเป็นที่น่าสนใจของเหล่านักท่องเที่ยว

และบ้านเราก็มีกิจกรรมอยู่ไม่น้อย ที่โด่งดังมากในหมู่นักท่องชาวต่างชาติ แต่ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย กลับไม่เป็นที่นิยมมากนัก เราไปดูกันค่ะ ว่ากิจกรรมเหล่านั้นคืออะไรบ้าง

1. ชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ค่อยให้ความสนใจกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อย่างโบราณสถาน หรือวัดวาต่าง ๆ มากนัก อาจจะเนื่องมาจากทางภาครัฐและการประชาสัมพันธ์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่เน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากกว่า

2. เข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

บ้านเรามีพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย และการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่มาเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับชุมชนได้ แต่คนไทยน้อยคนนักที่จะท่องเที่ยวตามแหล่งพิพิธภัณฑ์ ด้วยเหตุผลที่ว่าอาจจะน่าเบื่อและไม่น่าสนใจเหมือนแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอื่น ๆ

3. อาบน้ำช้าง

กิจกรรมสุดเก๋ ที่เหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างให้ความสนใจ และฮอตฮิตมาก ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ถือว่าไม่ติดอันดับเลยไม่ว่าจะอันดับที่เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยคุนเคยกับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองอยู่แล้ว และการอาบน้ำช้างอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยสำหรับพวกเราเท่าใดนัก

บ้านเราถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ที่ใดในโลกค่ะ ดังนั้น เรามาใส่ใจกับแหล่งท่องเที่ยวที่เคยมองข้าม เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ไปพร้อม ๆ กันนะคะ

 

getyourguide

7 ถนนที่สวยที่สุดในโลก ที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องไปเหยียบสักครั้งในชีวิต

ไม่ใช่ทุกสถานที่ที่จะสวยงามจนน่าจับตามองหรือทำให้เราตะลึงไปกับความงดงามนั้น ถนน ก็เช่นเดียวกัน ถนนบางที่ทรุดโทรมผุพัง แต่ก็มีถนนอีกหลายที่ ที่สวยงามจนเราต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

วันนี้ eastravelnow ได้รวบรวมถนน 7 สายที่สวยงามจนคุณต้องตกตะลึงและต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เรามาดูกันว่าถนนเหล่านั้นคืออะไร และอยู่ที่ไหนบ้าง

1. La Boca, Buenos Aires, Argentina

ประเทศที่ห่างไกลจากบ้านเรา มีถนนที่งดงามมาก ๆ อยู่ในละแวก La Boca ในเมืองหลวงอย่าง  Buenos Aires ประเทศ Argentina ถนนที่สวยงามนี้เกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 19 ที่เหล่าคนขาวชาวอิตาลีได้ทำการอพยพย้ายถิ่นฐานมายังที่แห่งนี้ ซึ่งการสร้างบ้านเรือนก็จะอาศัยวัสดุเหล็กจากเรือที่พวกเขาเดินทางมา และนำมาทาสีใหม่ให้ได้สีสันที่สวยงามจนกลายเป็นถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามมาก ๆ แห่งหนึ่ง

2. Lombard Street, San Francisco, US

Lombard Street กลายเป็นหนึ่งในถนนที่น่าจับตามองและน่ามาเยืนสักครั้งในชีวิต เพราะเป็นถนนที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ประดับไปด้วยพุ่มไม้และดอกไม้ที่สวยงาม นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบที่จะดูรถขับลงมาจากเนินนี้ ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจ

3. Chefchaouen Street, Morocco

ถนนที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในเรื่องของเฉดสีน้ำเงินที่หลากหลาย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ Morocco การที่ถนนเหล่านี้เป็นสีน้ำเงินนั่นก็เพราะชาวยิวที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ต่างมีความเชื่อในเรื่องของสีน้ำเงินที่จะช่วยให้เขาอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น จึงนิยมทาสีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นสีน้ำเงิน จนได้ถนนที่วสยงามอยู่จนถึงทุกวันนี้

4. Jerez de la Frontera, Andalusia, Spain

ถนนที่สุดแสนจะสวยงามชวนฝันนี้เป็นที่รู้จักและเลื่องลือในเรื่องของไวน์ในประเทศสเปน ถนนแห่งนี้เป็นถนนแห่งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไวน์องุ่นที่เติบโตเลื้อยพันกำแพงและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จนกลายมาเป็นถนนที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของโลก

5.  Old Town, Lijiang, China

สวยจนขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลกกับเมืองเก่า ที่ Lijiang ประเทศจีน ถนนสายนี้มีความเก่าแก่มากถึง 1000 ปี โดดเด่นเรื่องทางเดิน และถนนอุโมงค์ที่สวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามมาก ๆ จนติดอันดับโลก สวยงามแบบนี้ เพื่อน ๆ ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมนะคะ

6. Cherry Blossom Avenue, Bonn, Germany

อุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ที่เมือง Bonn ประเทศเยอรมนี มีความโดดเด่นเรื่องสีสันที่สวยงามของต้นเชอร์รี่บลอสซั่ม ซึ่งจะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สร้างสีสันสวยงามจนทำให้ถนนแห่งนี้กลายเป็นถนนที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่ง

7. Bregagh Road, Ballymoney, Northern Ireland

สำหรับใครที่ชื่นชอบอุโมงค์ต้นไม้ ต้องไม่พลาดที่นี่ เพราะถนนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง ที่เติบโตและเกี่ยวพันกันเป็นอุโมงค์และถนนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสีเขียวและดูร่มรื่นสุด ๆ แถมที่นี่ยังทำให้นึกถึง HBO show ของ Game of Thrones อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับถนนสวย ๆ เหล่านี้ เชื่อว่าความสวยงามของเหล่าสิ่งปลูกสร้างและธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นต่อมอยากของเหล่าขาเที่ยวทั้งหลายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

 : architecturaldigest